โทนเนอร์จำเป็นหรือไม่ ใช้ตอนไหน โทนเนอร์ยี่ห้อไหนดี

Last updated: 9 ส.ค. 2569  |  294305 จำนวนผู้เข้าชม  | 

โทนเนอร์จำเป็นไหม

  • โทนเนอร์จำเป็นหรือไม่
  • ทำไมต้องใช้โทนเนอร์
  • โทนเนอร์ใช้ตอนไหน
วันนี้เรามาคุยและมาไขคำถามเหล่านี้กันค่ะ

ความเชื่อเกี่ยวกับโทนเนอร์
บางคนตั้งแต่เกิดมาไม่เคยใช้โทนเนอร์เลย เพราะเห็นว่าไม่จำเป็น ขอให้ลบความคิดที่ว่าไม่จำเป็นออกไปก่อน เพราะความจำเป็นของโทนเนอร์ ขึ้นกับประเภท ส่วนผสมของโทนเนอร์ และสภาพผิวของแต่ละคน
 
สำหรับผู้ที่เชื่อว่าโทนเนอร์ไม่จำเป็น อาจเพราะคิดว่า
  1. โทนเนอร์คือผลิตภัณฑ์สำหรับทำความสะอาดผิวต่อจากขั้นตอนการล้างหน้า ในเมื่อล้างหน้าสะอาดอยู่แล้ว จะต้องมาเช็ดอีกทำไม
  2. โทนเนอร์เหลวเป็นน้ำ คงไม่มีสารบำรุงอะไร ก็แค่เอามาเช็คให้แน่ใจว่าสะอาด สำลีต้องดำ  ถ้าไม่ดำ แปลว่าสะอาดแล้ว
  3. โทนเนอร์มีแต่แอลกอฮอล์ เช็ดแล้วทำร้ายผิว
สำหรับผู้ที่เชื่อว่า โทนเนอร์เป็นสิ่งจำเป็น เพราะเชื่อว่า
  1. โทนเนอร์ช่วยชำระคราบมันและทำความสะอาดสิ่งตกค้างที่ล้างออกไม่หมด
  2. โทนเนอร์ช่วยกระชับรูขุมขน ทำให้รูขุมขนที่เปิดออกตอนล้างหน้าปิดตัว 
นี่เป็นความเชื่อที่มีต่อโทนเนอร์ในสมัยเก่า คือ เชื่อในแง่ของการช่วยทำความสะอาดผิวเป็นหลัก โดยคิดว่าการล้างหน้าตามปกติไม่สะอาดเพียงพอ บางคนเชื่อว่าโทนเนอร์ช่วยกระชับรูขุมขน และอีกหลายคนตั้งธงว่าโทนเนอร์คือผลิตภัณฑ์เช็ดหน้าที่มี แอลกอฮอล์

จริงอยู่ที่โทนเนอร์ในสมัยเก่า มักมีวัตถุประสงค์เพื่อเน้นชำระความมัน โดยผสมแอลกอฮอล์ในสูตร สังเกตได้ง่ายๆเลยคือ เมื่อเช็ดจะรู้สึกเย็น  ชำระความมันออกได้ดี หน้าแห้งเบา ซึ่งบางคนชอบฟีลลิ่งตรงนี้เพราะรู้สึกมั่นใจไปอีกขั้นว่าผิวสะอาดมากกว่าเดิม แต่โทนเนอร์สมัยใหม่ พัฒนาไปแล้ว ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว

 

โทนเนอร์จำเป็นหรือไม่ ขึ้นกับส่วนผสมและสภาพผิว
  • โทนเนอร์ยุคใหม่ มักมาในรูปน้ำตบ ใช้ได้ทั้งแบบหยดใส่สำลีแผ่นแล้วเช็ดหน้าหรือเทลงฝ่ามือแล้วตบเบาๆเข้าผิว
  • ส่วนใหญ่ไม่ผสมแอลกอฮอล์แล้ว เพราะไม่ได้เน้นทำความสะอาดผิวหรือชำระความมัน
  • แต่มักผสมสารบำรุงเข้าไปแทน และสารที่ช่วยเติมน้ำให้ผิวหลังล้างหน้า


3 Minute Rules with Toner

  • หลักการใช้โทนเนอร์ที่ถูกต้อง ให้ท่อง 3 minutes rule ไว้ค่ะ นับจากที่ล้างหน้าเสร็จ ให้รีบซับหน้าให้แห้ง และเริ่มใช้โทนเนอร์ ภายใน 3 นาที ถ้าเกินกว่านี้ ผิวของคุณอาจเสียน้ำหล่อเลี้ยงผิวไปแล้ว
  • การใช้โทนเนอร์เติมน้ำให้ผิวขณะที่ผิวหมาดๆ จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและทำให้ผิวพร้อมรับสกินแคร์ประเภทน้ำมัน (oil-based) ได้ดีขึ้น
  • ตามหลักการแพทย์ผิวหนังและวิธีดูแลผิวแบบญี่ปุ่น ผิวที่อิ่มน้ำหรือเปียกหมาดๆ จะยอมให้ผลิตภัณฑ์ซึมซาบเข้าสู่ผิวได้ดีกว่าผิวที่แห้งกร้านกักเก็บความชุ่มชื้น
  • การลงออยล์หรือสกินแคร์ที่มีส่วนผสมของน้ำมันตามลงไป จะทำหน้าที่เสมือนเกราะล็อกน้ำและโทนเนอร์ที่เติมไว้ให้อยู่ในผิว ไม่ระเหยออกไป
  • ข้อแนะนำในการปฏิบัติใช้โทนเนอร์ทันทีหลังล้างหน้าภายใน 1-2 นาที และทาสกินแคร์แบบ oil-based ต่อเนื่องทันทีขณะที่ผิวยังชุ่มชื้นจากโทนเนอร์



แนะนำโทนเนอร์ของฟาร์มาบิวตี้แคร์ สำหรับแต่ละสภาพผิว

  • โทนเนอร์ของเราทุกสูตรไม่มีน้ำหอม แอลกอฮอล์ พาราเบน
  • มีสารเติมความชุ่มชื้นให้ผิว
  • ไม่มีกรดผลไม้ 

 

1.โทนเนอร์บัวบก : สำหรับผิวแห้ง 


 

2. โทนเนอร์แอคติเคลียร์ สำหรับผิวมัน มีสิวอุดตันซ้ำซาก


3. โทนเนอร์ทับทิม สำหรับผิวธรรมดา มีจุดด่างดำ


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้