- โทนเนอร์จำเป็นหรือไม่
- ทำไมต้องใช้โทนเนอร์
- โทนเนอร์ใช้ตอนไหน
วันนี้เรามาคุยและมาไขคำถามเหล่านี้กันค่ะ
ความเชื่อเกี่ยวกับโทนเนอร์
บางคนตั้งแต่เกิดมาไม่เคยใช้โทนเนอร์เลย เพราะเห็นว่าไม่จำเป็น ขอให้ลบความคิดที่ว่าไม่จำเป็นออกไปก่อน เพราะความจำเป็นของโทนเนอร์ ขึ้นกับประเภท ส่วนผสมของโทนเนอร์ และสภาพผิวของแต่ละคน
สำหรับผู้ที่เชื่อว่าโทนเนอร์ไม่จำเป็น อาจเพราะคิดว่า
- โทนเนอร์คือผลิตภัณฑ์สำหรับทำความสะอาดผิวต่อจากขั้นตอนการล้างหน้า ในเมื่อล้างหน้าสะอาดอยู่แล้ว จะต้องมาเช็ดอีกทำไม
- โทนเนอร์เหลวเป็นน้ำ คงไม่มีสารบำรุงอะไร ก็แค่เอามาเช็คให้แน่ใจว่าสะอาด สำลีต้องดำ ถ้าไม่ดำ แปลว่าสะอาดแล้ว
- โทนเนอร์มีแต่แอลกอฮอล์ เช็ดแล้วทำร้ายผิว
สำหรับผู้ที่เชื่อว่า โทนเนอร์เป็นสิ่งจำเป็น เพราะเชื่อว่า
- โทนเนอร์ช่วยชำระคราบมันและทำความสะอาดสิ่งตกค้างที่ล้างออกไม่หมด
- โทนเนอร์ช่วยกระชับรูขุมขน ทำให้รูขุมขนที่เปิดออกตอนล้างหน้าปิดตัว
นี่เป็นความเชื่อที่มีต่อโทนเนอร์ในสมัยเก่า คือ เชื่อในแง่ของการช่วยทำความสะอาดผิวเป็นหลัก โดยคิดว่าการล้างหน้าตามปกติไม่สะอาดเพียงพอ บางคนเชื่อว่าโทนเนอร์ช่วยกระชับรูขุมขน และอีกหลายคนตั้งธงว่าโทนเนอร์คือผลิตภัณฑ์เช็ดหน้าที่มี แอลกอฮอล์
จริงอยู่ที่โทนเนอร์ในสมัยเก่า มักมีวัตถุประสงค์เพื่อเน้นชำระความมัน โดยผสมแอลกอฮอล์ในสูตร สังเกตได้ง่ายๆเลยคือ เมื่อเช็ดจะรู้สึกเย็น ชำระความมันออกได้ดี หน้าแห้งเบา ซึ่งบางคนชอบฟีลลิ่งตรงนี้เพราะรู้สึกมั่นใจไปอีกขั้นว่าผิวสะอาดมากกว่าเดิม แต่โทนเนอร์สมัยใหม่ พัฒนาไปแล้ว ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว
โทนเนอร์จำเป็นหรือไม่ ขึ้นกับส่วนผสมและสภาพผิว
- โทนเนอร์ยุคใหม่ มักมาในรูปน้ำตบ ใช้ได้ทั้งแบบหยดใส่สำลีแผ่นแล้วเช็ดหน้าหรือเทลงฝ่ามือแล้วตบเบาๆเข้าผิว
- ส่วนใหญ่ไม่ผสมแอลกอฮอล์แล้ว เพราะไม่ได้เน้นทำความสะอาดผิวหรือชำระความมัน
- แต่มักผสมสารบำรุงเข้าไปแทน และสารที่ช่วยเติมน้ำให้ผิวหลังล้างหน้า
3 Minute Rules with Toner
- หลักการใช้โทนเนอร์ที่ถูกต้อง ให้ท่อง 3 minutes rule ไว้ค่ะ นับจากที่ล้างหน้าเสร็จ ให้รีบซับหน้าให้แห้ง และเริ่มใช้โทนเนอร์ ภายใน 3 นาที ถ้าเกินกว่านี้ ผิวของคุณอาจเสียน้ำหล่อเลี้ยงผิวไปแล้ว
- การใช้โทนเนอร์เติมน้ำให้ผิวขณะที่ผิวหมาดๆ จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและทำให้ผิวพร้อมรับสกินแคร์ประเภทน้ำมัน (oil-based) ได้ดีขึ้น
- ตามหลักการแพทย์ผิวหนังและวิธีดูแลผิวแบบญี่ปุ่น ผิวที่อิ่มน้ำหรือเปียกหมาดๆ จะยอมให้ผลิตภัณฑ์ซึมซาบเข้าสู่ผิวได้ดีกว่าผิวที่แห้งกร้านกักเก็บความชุ่มชื้น
- การลงออยล์หรือสกินแคร์ที่มีส่วนผสมของน้ำมันตามลงไป จะทำหน้าที่เสมือนเกราะล็อกน้ำและโทนเนอร์ที่เติมไว้ให้อยู่ในผิว ไม่ระเหยออกไป
- ข้อแนะนำในการปฏิบัติใช้โทนเนอร์ทันทีหลังล้างหน้าภายใน 1-2 นาที และทาสกินแคร์แบบ oil-based ต่อเนื่องทันทีขณะที่ผิวยังชุ่มชื้นจากโทนเนอร์
แนะนำโทนเนอร์ของฟาร์มาบิวตี้แคร์ สำหรับแต่ละสภาพผิว
- โทนเนอร์ของเราทุกสูตรไม่มีน้ำหอม แอลกอฮอล์ พาราเบน
- มีสารเติมความชุ่มชื้นให้ผิว
- ไม่มีกรดผลไม้
1.โทนเนอร์บัวบก : สำหรับผิวแห้ง

2. โทนเนอร์แอคติเคลียร์ สำหรับผิวมัน มีสิวอุดตันซ้ำซาก

3. โทนเนอร์ทับทิม สำหรับผิวธรรมดา มีจุดด่างดำ
