ครีมหน้าขาว ครีมหน้าใส ครีมลดฝ้ากระ ต่างกันยังไง บทความโดยเภสัชกร Ep.2

16820 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ครีมหน้าใส ครีมลดฝ้ากระ ต่างกันอย่างไร ep2

คำว่า ผิวขาว และผิวใส ถูกใช้แทนกันอยู่บ่อยครั้ง หลายคนคิดว่ามีความหมายเดียวกัน แต่จริงๆแล้วต่างกันค่ะ จึงทำให้มีการจำหน่ายครีมทั้งสองแบบ บางเว็บเรียก ครีมหน้าใส บางทีก็เรียก ครีมหน้าขาว  หรือ ครีมรักษาฝ้ากระ  ซึ่งเจ้าของแบรนด์เองอาจจะสับสนในการเรียกชื่อด้วยซ้ำ บทความนี้จะมาอธิบายให้ทราบว่าสองคำนี้ต่างกันอย่างไร

1. ฝ้า กระ จุดด่างดำบนผิวหน้า รวมถึงสีผิวแต่ละคนมีนั้น เกิดจากอะไร

ใต้ผิวของเราจะมีเซลล์สร้างเม็ดสี ทำหน้าที่สร้างเม็ดสี ซึ่งมีสีต่างๆกันขึ้นกับพันธุกรรม เช่น สีน้ำตาลอ่อน น้ำตาลเข้ม สีดำ น้ำตาลแดง เม็ดสีนี้เองที่ทำให้แต่ละคนมีสีผิวต่างกัน คนที่มีเม็ดสีดำ สีน้ำตาลเข้ม เยอะ ผิวก็จะคล้ำ คนที่มีน้อยกว่า ก็จะมีผิวขาวกว่า

คนไทยส่วนใหญ่จะมีเม็ดสี สีดำหรือน้ำตาลเข้ม ทำให้ผิวเราเข้มกว่าชาวตะวันตก ทั้งนี้ก็เพราะเราเป็นเมืองร้อน ใกล้เส้นศูนย์สูตร ธรรมชาติจึงสร้างเม็ดสีมาต่อสู้กับแสงแดดเพื่อให้ให้เป็นมะเร็งผิวหนัง

เม็ดสีที่ผลิตขึ้นจะกระจายตัวอยู่ใต้ผิว ถ้าผลิตมาพอดี และกระจายตัวสม่ำเสมอ สีผิวก็จะสม่ำเสมอ   แต่ถ้าเมื่อไหรที่ผลิตมามากเกินไป และกระจายตัวไม่สม่ำเสมอ ไปกองกระจุกกันบางจุด ก็จะกลายเป็นฝ้า กระ หรือจุดด่างดำ แบบที่เรามองเห็น

2. แอคทีฟอะไรบ้าง ที่ทำให้ผิวขาว

ผลิตภัณฑ์ที่เรียกว่า "ครีมหน้าขาว" หรือ "ครีมรักษาฝ้ากระ" จะมีส่วนผสมของแอคทีฟกลุ่มไวเทนนิ่ง (whitening) เช่น วิตามินซี, อาร์บูติน ,โคจิก แอซิด, ลิโคไรซ์ ฯลฯ ออกฤทธิ์โดยยับยั้งการผลิตเม็ดสีเมลานิน เมื่อเม็ดสีเมลานินน้อยลง ฝ้ากระก็จะจางลง หน้าก็ขาวขึ้น ร่วมกับการทาครีมกันแดดทุกวัน และพยายามเลี่ยงแดดให้ได้มากที่สุด  เท่านี้ผิวก็จะขาวขึ้นได้ค่ะ

แต่ความขาวแต่ละคนมีจุดอิ่มตัว  เมื่อใช้ไปเรื่อยๆระยะเวลาหนึ่ง ก็จะไม่ขาวขึ้นอีก กรรมพันธุ์กำหนดมาแล้ว เราฝืนไม่ได้

เรามักได้ยินวิธีผิดๆ ในการทำให้ผิวขาว ที่มักเป็นข่าว เช่น การลอกผิว ใช้ครีมหน้าขาวเร่งด่วน ใช้ ครีมรักษาฝ้ากระ แบบใส่สารอันตราย ทั้ง สเตอรอยด์ กรดวิตามินเอ ไฮโดรควิโนน สุดท้ายก็ได้ผิวขาวมาจริงแต่เป็นขาวไม่มีน้ำมีนวล บางคนเรียก ขาวกระเบื้อง ขาวจูออน ขาวด้าน เห็นระยะร้อยเมตรดูเหมือนผิวจะสวยแต่พอเดินมาใกล้ๆแล้วถึงรู้ว่าแค่ขาวแต่ไม่ใส สารพิเศษเหล่านี้ยังทำให้โครงสร้างผิวเสียหาย กลายเป็นฝ้าถาวร และยังถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดทำให้เจ็บป่วยได้อีกด้วย

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่ามีคนที่กล้าใช้ครีมแบบนี้ และที่ผ่านมา มีคนเคยมาถามแม่ค้าว่า มีครีมปรอทขายมั้ย อยากขาวเร็วๆ เขารู้ว่าปรอทไม่ดี แต่มันจะแย่แค่ไหนกัน แลกกับความขาวเร็วๆ เขายอมเสี่ยง OMG!


3. ทำไมใช้อะไรก็ไม่ขาวขึ้น แบบคนอื่นเขา ?

สีผิวแต่ละคนถูกกำหนดด้วยปริมาณเม็ดสีใต้ผิวซึ่งถูกควบคุมผ่านยีนที่พ่อแม่ให้มาแต่กำเนิด การใช้ครีมไวท์เทนนิ่งก็จะช่วยให้สีผิวขาวขึ้นในระดับหนึ่ง แต่การจะเปลี่ยนแปลงสีผิวให้ขาวถาวรนั้นเป็นไปไม่ได้ ครีมเหล่านี้เมื่อหยุดใช้ ผิวก็จะกลับมาสู่สีเดิม อาจจะขาวกว่าเดิมเล็กน้อยถ้าดูแลผิวเป็นอย่างดี เช่น เลี่ยงแดด ทากันแดด ใส่เสื้อผ้าปกปิด แต่ถ้าไม่ดูแลดีๆ ผิวก็อาจจะคล้ำกว่าเดิม สีผิวแต่ละคนจึงมีช่วงขาวช่วงคล้ำสลับกันบ้าง และความขาวก็มีจุดอิ่มตัว ฉะนั้นอย่าไปหวังว่ายิ่งทายิ่งขาว  มันไม่มีครีมแบบนั้น ถ้าเป็นแบบนั้นคงไม่มีใครดำ

4. สำคัญกว่าความขาว ก็คือ ความใส 

ผิวใส คืออะไร?

ผิวใส หมายถึง ผิวที่มีความขาว ร่วมกับ มีความชุ่มชื้นที่พอดี มีความละเอียดเรียบเนียน เต่งตึง  ถ้านึกภาพไม่ออกว่าผิวใสเป็นอย่างไร ให้นึกถึงผิวเด็กๆ เลยค่ะ เป็นตัวแทนของผิวใสได้เป็นอย่างดี 

ผิวจะใส จำเป็นไหมว่าต้องขาว?

ผิวจะใส ควรมีผิวขาวในระดับหนึ่ง แต่ไม่จำเป็นต้องขาวมาก และเม็ดสีเมลานินควรมีการกระจายตัวสม่ำเสมอ ไม่กระจุกจนกลายเป็นฝ้า กระ จุดด่างดำ 


จากรูป : สาวผิวขาววงกลมใหญ่  อาจมีแค่บางคนที่จะมีผิวใสและได้อยู่ในวงกลมเล็ก

 

5. ทำอย่างไรผิวถึงจะใส?

ความใสของผิว อธิบายได้ด้วยหลักการตกกระทบและสะท้อนของแสงบนผิว ดังนี้ 

 
รูปที่ 1 การตกกระทบ การหักเห การสะท้อนของแสงบนผิว

การตกกระทบและการสะท้อนของแสงบนผิวมี 2 แบบคือ

 1.ตกกระทบผิวชั้นบนแล้วสะท้อน  (1)
 2.ตกกระทบผิวชั้นบนแล้วหักเหลงผิวชั้นล่าง จากนั้นจึงสะท้อนกลับออกมา  (2)

ผิวที่ใส จะต้องมีการสะท้อนของแสงทั้งสองแบบได้ดี นั่นหมายถึง จะต้องมีสุขภาพผิวที่ดีทั้งชั้นบนและชั้นล่าง

ปัจจัยที่มีผลต่อการสะท้อนของแสง ได้แก่ 

1. ความเรียบเนียนของผิว (ความขรุขระ หลุมสิว รูขุมขน) : ผิวที่มีความเรียบเนียน แสงจะสะท้อนออกมาได้ดี เป็นระเบียบ ในทางตรงข้าม ผิวที่ขรุขระ มีหลุมสิว รูขุมขนกว้าง แสงจะสะท้อนออกมาได้น้อย ไม่สม่ำเสมอและไร้ทิศทาง

2. ปริมาณเม็ดสี (เมลานิน) : ถ้าเม็ดสีใต้ผิวมีจำนวนมาก จะดูดซับแสงไว้มาก แสงไม่สามารถหักเหและไม่สามารถสะท้อนออกไปได้ จึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมผู้ที่มีผิวคล้ำ มีจุดด่างดำ มีฝ้า หรือกระ ผิวมักไม่ค่อยใส 

3. ระดับความมัน,ความชุ่มชื้นของผิว : ถ้าน้ำมันเคลือบผิวมาก แสงก็สะท้อนได้มาก ดูแวววาวเกินไปไม่สวยอีก แต่ถ้าผิวแห้งเกินไป ผิวก็จะไม่เต่งตึง การสะท้อนของแสงก็เกิดได้น้อยและไม่เป็นระเบียบ ผิวที่ใสจะต้องจะต้องมีระดับความชุ่มชื้นที่พอดี ( water-oil balance)

 


รูปที่ 2 การสะท้อนแสงบน "ผิวที่มีความใส" 

อธิบายรูปที่ 2

  • ผิวชั้นบนที่มีความเรียบเนียน รูขุมขนเล็ก ไร้หลุม แสงจะสะท้อนในมุมที่เท่ากับแสงตกกระทบ (3)
  • ผิวชั้นบนไร้ฝ้ากระ จุดด่างดำ เมื่อแสงตกกระทบ แสงจะไม่ถูดดูดซับ แสงจึงสามารถหักเหลงผิวชั้นล่างและสามารถสะท้อนออกมาได้เต็มที่ (4)
  • ผิวชั้นล่างที่มีปริมาณคอลลาเจลและอีลาสตินจำนวนมาก ยึดโยงกันแน่น เมื่อแสงตกกระทบ จะสะท้อนออกได้ดี (4)

ผิวที่มีการสะท้อนแสงแบบรูปที่ 2  จะทำให้ ผิวดูสดใส (Radiance skin)


รูปที่ 3 การสะท้อนแสงของ "ผิวที่มีปัญหา"

อธิบายรูปที่ 3

  • ผิวชั้นบนที่แห้ง ไม่เรียบ มีหลุมสิว รูขุมขนกว้าง แสงจะสะท้อนในมุมต่างๆกัน  (7) และ (8)
  • ผิวชั้นบนที่มีจุดด่างดำ ฝ้า กระ  เมื่อแสงตกกระทบ แสงจะถูดดูดซับ ไม่สามารถหักเหลงผิวชั้นล่างและสะท้อนออกมาได้เต็มที่ (5)
  • ผิวชั้นล่างที่มีปริมาณคอลลาเจลและอีลาสตินจำนวนน้อย ยึดโยงกันหลวม เมื่อแสงตกกระทบ จะสะท้อนออกได้น้อย (6)

ผิวที่มีการสะท้อนแสงแบบรูปที่ 3 จะทำให้ ผิวดูไม่ใส (dull skin)

มาถึงตรงนี้ เราก็พอจะมีไอเดียแล้วว่า ทำอย่างไร จึงจะมีผิวที่สวยใส นั่นคือ 1. ต้องทำให้ผิวขาวพอประมาณ  2.การทำให้ผิวมีความชุ่มชื้นพอเหมาะ ไม่มันไม่แห้งเกินไป และ 3. ทำให้ผิวมีความเรียบเนียน รูขุมขนกระชับ ไร้หลุมสิว 

1. การทำให้ผิวขาว : ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของไวเทนนิ่ง ที่เรียกว่า ครีมหน้าขาว ครีมลดฝ้ากระ

2. ทำให้ผิวชุ่มชื้นพอเหมาะ : ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของมอยเจอร์ไรเซอร์ที่เหมาะกับสภาพผิว โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่เน้นการเติมน้ำให้ผิว จะช่วยปรับสภาพผิวให้เรียบ เต่งตึงและยังมีส่วนช่วยให้รูขุมขนกระชับ ลดความมันส่วนเกินได้ด้วย

บทความแนะนำ > ส่วนผสมที่มีคุณสมบัติเป็นมอยเจอร์ไรเซอร์

บทความแนะนำ > การเติมความชุ่มชื้น ช่วยกระชับรูขุมขุมขน ทำให้ผิวเรียบ และลดหน้ามันได้อย่างไร

3. ทำให้ผิวเรียบเนียน : ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมช่วยยกกระชับ ปรับขนาดรูขุมขน ทำให้หลุมสิวตื้นขึ้น เช่น สารสกัดกลุ่ม peptide ที่ช่วยส่งสัญญาณไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน , สารจำพวกกรดผลไม้ที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่า ลดความหยาบกร้าน ทำให้เซลล์อวบอิ่มขึ้นมาแทนที่เซลล์เดิม 

ซึ่ง 3 คุณสมบัติเหล่านี้ จะรวมอยู่ใน "ครีมหน้าใส "  หรือ "เซรั่มหน้าใส " ที่มีส่วนผสมที่ลงตัว ทั้งในแง่การบำรุงผิวให้เต่งตึง รูขุมขนกระชับ ร่วมกับการลดจำนวนเม็ดสีเมลานิน

ผลิตภัณฑ์ฟาร์มาบิวตี้แคร์ ที่มีคุณสมบัติช่วยปรับผิวให้ขาวและใสพร้อมกัน มีอะไรบ้าง 

1. Pearl lift and white serum เซรั่มหน้าใส สูตรผสมผงไข่มุก



2. Phyto nutrient serum เซรั่มหน้าใส สเต็มเซลล์แอบเปิ้ล+อาร์บูติน 


3. Vita C plus arbutin serum เซรั่มวิตซี อาร์บูติน ใช้วิตามินซีและอาร์บูตินเกรดที่ดีที่สุด


4. ครีมหน้าใส Deep White Cream (มีคุณสมบัติเป็น ครีมรักษาฝ้ากระ ได้ด้วย)  (พรีเมี่ยมเกรด)

 

 

ทุกสูตรปราศจากกรดที่กัดหน้า ไม่ทำให้หน้าลอกแดง ไม่ทำให้ผิวไหม้ และยังปลอดภัยในคนท้องด้วยค่ะ เลือกไม่ถูก ว่าใช้ตัวไหนดี สามารถทักไลน์เพื่อขอคำปรึกษาได้เลยนะคะ