อย.และเครื่องสำอาง ตอนที่ 2 คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับเลข อย.

108312 จำนวนผู้เข้าชม  | 

อย.และเครื่องสำอาง ตอนที่ 2  คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับเลข อย.



นานาสาระ เกี่ยวกับ อย.และเครื่องสำอาง  ที่ผู้ใช้และผู้ขายทุกท่านควรรู้  ฟาร์มาบิวตี้แคร์ใช้เวลาสืบค้นและเรียบเรียงอยู่หลายวัน หวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อทุกท่านนะคะ
 

อย.และเครื่องสำอางตอนที่ 1 :  กฏหมายกับเครื่องสำอางมีความเป็นมาอย่างไร  เริ่มจากในอดีตไล่มาจนถึงปัจจุบัน คลิก
อย.และเครื่องสำอางตอนที่ 2 :  คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับเลข อย.  (ท่านกำลังอยู่หน้านี้ )
อย.และเครื่องสำอางตอนที่ 3 : วิธีเช็คเลข อย. ของแท้หรือสวม คลิก


อย.และเครื่องสำอางตอนที่ 2 :  คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับเลข อย.

คำถามที่ 1 ครีมที่มีเลขจดแจ้ง อย. แสดงว่าครีมนั้นปลอดภัย ทาง อย.ได้ตรวจส่วนผสมในครีมแล้วว่าไม่มีสารต้องห้าม (สารต้องห้าม คือ สารที่ อย.ห้ามใส่ในเครื่องสำอาง) ?
ตอบ :  การจดแจ้งสูตรกับ อย.  ทาง อย.ไม่ได้ตรวจส่วนผสมในครีม เป็นเพียงการยื่นข้อมูลแสดงส่วนประกอบและปริมาณที่ใส่เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค  (ระบุปริมาณเฉพาะสารที่อย.กำหนดให้ระบุ)  ทาง อย.จะพิจารณาความถูกต้องครบถ้วนของเอกสารที่กำหนดแล้วก็อนุมัติเลขจดแจ้ง  
ดังนั้นครีมที่ผ่านการจดแจ้งและมีเลขที่จดแจ้งมาแสดง ก็อาจจะไม่ปลอดภัย 100% ค่ะ อาจจะมีการปนเปื้อนสารต้องห้ามได้


คำถามที่ 2 ครีมที่มี อย. ใช้แล้วจะไม่แพ้ ?
ตอบ :  การจดแจ้งสูตร อย. และการแพ้ ไม่มีความเกี่ยวข้องกัน
การจดแจ้งสูตร อย. โดยหลักการแล้วเป็นการแจ้งรายละเอียดเพื่อแสดงให้ทราบว่า ไม่มีส่วนผสมที อย.ห้ามใส่  จากนั้น อย.ก็จะอนุมัติให้เลขที่จดแจ้งมากำกับที่ตัวสินค้า
ส่วนการแพ้ เป็นปฎิกิริยาส่วนบุคคล แม้ว่าส่วนผสมที่ใส่จะได้รับอนุญาตจาก อย. แล้ว ก็อาจจะทำให้แพ้ได้  ไม่มีใครทราบว่าจะแพ้หรือไม่จนกว่าจะได้ลองใช้ ถ้าเราเป็นคนแพ้ง่ายไม่เหมือนคนอื่น ก่อนจะใช้อะไรใหม่ๆในครั้งแรกให้ทดสอบการแพ้ก่อนเสมอ

คำถามที่ 3  แล้วเป็นไปได้หรือไม่ว่า สารที่มีอยู่ในครีมและสารที่ยื่นแจ้ง อย. ไม่ตรงกัน
ตอบ :  เป็นไปได้ กรณีแบบนี้เข้าข่ายเครื่องสำอางปลอม จดแจ้งอีกอย่าง แต่พอทำจริงใส่อีกอย่าง ผู้บริโภคไม่ทีทางรู้ได้    ก็ถือว่าอันตรายมากเหมือนกัน  ถ้าผู้ขายทำเช่นนี้ก็เหมือนจงใจยื่นจดแจ้งเพื่อต้องการเลข อย.มาเพิ่มความน่าเชื่อถือในสินค้าของตนเท่านั้น  ดังนั้นครีมที่ผ่านการจดแจ้ง และมีเลขที่จดแจ้งกำกับที่สินค้า ก็อาจจะไม่ปลอดภัยเสมอไป  อย่างไรก็ตามจากการมีกฏหมายให้เครืองสำอางทุกชนิดต้องจดแจ้ง พบว่าช่วยกรองเครื่องสำอางที่ไม่ได้มาตรฐานได้ถึงร้อยละ 60

 
สรุปให้อีกครั้ง
เลข อย.บนฉลากเครื่องสำอาง เป็นเพียงเลขที่ทาง อย.ออกให้เพื่อแสดงให้ทราบว่าเครื่องสำอาง ยี่ห้อนี้รุ่นนี้ ได้มาจดแจ้ง
ย้ำว่า " จดแจ้ง " ก่อนจะจำหน่ายออกสู่ตลาด โดยในกระบวนการจดแจ้ง อย.ไม่ได้นำเครื่องสำอางนั้นไปวิเคราะห์หาสารต้องห้ามใดๆ ฉะนั้น จึงมีโอกาสเป็นไปได้ ที่เครื่องสำอางนั้นอาจแอบใส่สารต้องห้ามในภายหลัง

ส่วนการแพ้ไม่แพ้ยิ่งไม่เกี่ยวกับเลขจดแจ้งเลย เป็นปฏิกิริยาส่วนบุคคล (เคยมีคนด่า อย.ด้วย ใช้แล้วแพ้ อย.ให้ผ่านมาได้ไง??? )

คล้ายๆกับเวลาเราซื้อรถแล้วต้องไปจดทะเบียนกับขนส่ง เวลาเกิดเหตุอะไรจะได้ตามได้จากป้ายทะเบียนได้ แต่ขนส่งไม่อาจทราบได้ว่ารถคันดังกล่าว อาจจะเอาไปขนยาเสพติด สิ่งผิดกฏหมายก็ได้

โปรดอ่านอีกครั้งหนึ่ง
เลข อย.เครื่องสำอาง เป็นเพียงเลขแสดงการ " จดแจ้ง " ไม่ใช่การ " รับรอง"

โปรดอ่านครั้งที่สอง
ประโยคที่ว่า " เครื่องสำอางนี้ผ่านการรับรองโดย อย." เป็นการใช้คำที่ไม่ถูกต้อง  อย.ไม่เคยรับรอง  ที่ถูกต้องคือ " เครื่องสำอางนี้ผ่านการจดแจ้งจาก อย."



คำถามที่ 4  (คำถามจริงจากเวบ อย.)  หากรับสินค้าจากผู้ผลิตที่มีการจดเลขที่ อย. ถูกต้อง แล้วนำมาทำยี่ห้อใหม่เพื่อจำหน่ายโดยใช้เลขที่ อย.เดิมของผู้ผลิตที่ได้จดไว้ได้หรือไม่ ยกตัวอย่างเช่นโรงงาน abc ผลิตเครื่องสำอางยี่ห้อ ก. ร้าน xyz รับผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจาก abc แล้วนำมาเปลี่ยนยี่ห้อเป็น ข. โดยใช้เลขที่ อย. เดียวกันกับของบริษัท ก. สามารถทำได้หรือไม่ ?
ตอบ :  ไม่ได้ค่ะ ต้องมาจดแจ้งกับ อย ใหม่ ได้เลขที่ใบรับแจ้งใหม่  ถึงแม้ว่าสินค้าดังกล่าวจะได้รับเลขที่ใบรับแจ้งจากผู้ผลิตเดิมก็ตาม ปัจจุบันกฎหมายกำหนดให้ผู้ผลิต/ผู้นำเข้าเครื่องสำอางที่ต้องการผลิตหรือนำเข้าเครื่องสำอางเพื่อขาย ต้องมาดำเนินการจดแจ้งต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา โทรสอบถามเจ้าหน้าที่ที่ โทร 02 590 7441 หรือ 7422-3 หรือ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดที่สถานที่ผลิตหรือสถานที่นำเข้านั้นตั้งอยู่

การผลิตและนำเข้าเครื่องสำอางเพื่อขาย ต้องมาจดแจ้งกับ อย.ก่อนขายเสมอ (ขาย หมายความว่า จำหน่าย จ่ายแจก หรือแลกเปลี่ยนเพื่อประโยชน์ในการค้าและหมายความรวมถึงมีไว้เพื่อขายด้วย) 


คำถามที่ 5 มีครีมนึงเจ้าของบอกว่ามีเลข อย.แล้ว แต่ไม่ได้ลงเลขบนฉลาก แบบนี้จะทราบได้อย่างไรว่าเขาจดจริงห รือไม่ ? 
ตอบ: เครื่องสำอางที่จดแจ้ง กับ อย แล้ว ต้องนำเลขจดแจ้งมารุะบุบนฉลากด้วยและต้องดูว่ามีฉลากภาษาไทยที่ระบุรายละเอียดอื่นๆครบถ้วน ได้แก่ ชื่อและประเภทผลิตภัณฑ์ ส่วนประกอบสำคัญ วิธีใช้ ชื่อและที่ตั้งแหล่งผลิต วันเดือนปีที่ผลิต ปริมาณสุทธิ คำเตือน ทั้งนี้ ควรเลือกซื้อจากร้านค้าที่มีหลักแหล่งแน่นอน น่าเชื่อถือ เพราะหากเกิดปัญหาสามารถติดต่อผู้รับผิดชอบได้ และควรสังเกตดูด้วยว่าทางร้านมีการจัดเก็บเครื่องสำอางเป็นอย่างดี ไม่เก็บไว้ในที่ร้อนชื้น แสงแดดส่องถึง เพราะจะทำให้ผลิตภัณฑ์เสื่อมคุณภาพเร็วกว่าปกติ การใช้ข้อมูลบนฉลากให้เป็นประโยชน์ก่อนตัดสินใจซื้อ จะช่วยให้ได้รับผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยและมีคุณภาพ

หากเจ้าของสินค้าไม่ลงเลขบนฉลาก ผู้ซื้อมีสิทธิ์สอบถามเลขที่จดแจ้งและนำไปเช็คกับเวบ อย.ว่าตรงและถูกต้องหรือไม่

เน้นย้ำอีกครั้ง
-ผลิตภัณฑ์ที่จดแจ้งแล้ว แต่ไม่นำเลขจดแจ้งมาลงบนฉลาก ก็ยังถือว่ามีความผิด
-ผลิตภัณฑ์ที่จดแจ้งแล้ว นำเลขจดแจ้งมาลงบนฉลาก แต่ไม่มีรายละเอียดอื่นๆตามประกาศ ได้แก่  ชื่อและประเภทผลิตภัณฑ์ ส่วนประกอบสำคัญ วิธีใช้ ชื่อและที่ตั้งแหล่งผลิต วันเดือนปีที่ผลิต ปริมาณสุทธิ คำเตือน  ก็ถือว่ามีความผิดเช่นกัน
ฉะนั้น ต้องดูทั้งเลข และรายละเอียดบนฉลากค่ะว่าครบถ้วน ควรเลือกซื้อจากร้านค้าที่มีหลักแหล่งแน่นอน น่าเชื่อถือ เพราะหากเกิดปัญหาสามารถติดต่อผู้รับผิดชอบได้


รายละเอียดบนฉลากเครื่องสำอางที่ อย.กำหนด



ตัวอย่างฉลากที่ครบถ้วน




ฉลากเครื่องสำอางสำคัญมาก ถึงมีเลข อย.มาลง แต่ลงรายละเอียดอื่นไม่สมบูรณ์ก็ถือว่าไม่ถูกต้องตามกฏหมายและไม่น่าเชื่อถือ  เช่น ลงส่วนผสมบนฉลากว่า vitamin C, สารสกัดมะนาว , สารสกัดเปลือกมังคุด  ชื่อส่วนผสมเหล่านี้ไม่เป็นไปตามชื่อที่ อย.กำหนด ถือว่ามีความผิด

คำถามที่ 6 อยากทราบว่าหากประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์สปาและครีมบำรุงผิวจากสมุนไพร ในลักษณะธุรกิจแบบครัวเรือน(บุคคลธรรมดา) ต้องดำเนินการจด อย.หรือไม่?
ตอบ : ต้องจดค่ะ ไม่มีข้อยกเว้น  เครื่องสำอางทุกชนิดอยู่ภายใต้ พรบ.เครื่องสำอาง 

คำถามที่ 7 เครื่องสำอางที่จะยื่นจดแจ้ง อย.ได้ ต้องผลิตจากโรงงานที่มี GMP หรือไม่?
ตอบ :  ไม่จำเป็น อย.ไม่ได้บังคับว่าเครื่องสำอางนั้นจะต้องผลิตจากสถานที่ที่มี GMP  เครื่องสำอาง OTOP ก็สามารถยื่่นจดแจ้งได้ ขอให้สามารถให้ข้อมูลตามที่ อย.กำหนดได้ อย่างไรก็ตาม อย.สนับสนุนให้ผู้ประกอบการทำตามมาตรฐานGMP เพื่อทัดเทียมและแข่งกันในตลาดสากลได้

คำถามที่ 8 การจด อย. จะทำให้คู่แข่งลอกเลียนแบบสูตรหรือไม่?
ตอบ : ประเด็นการลอกเลียนสูตรกับการจดแจ้ง อย. ไม่มีความเกี่ยวข้องกัน การจดแจ้งสูตรไม่ทำให้เกิดปัญหาการลอกเลียนสูตร..ผู้ประกอบการเข้าใจผิดกันมาก ว่าการจดแจ้งสูตร อย.จะทำให้สูตรถูกลอกเลียนแบบ
8.1 ไม่ว่าจะเป็นกฏหมายเดิมหรือกฏหมายใหม่  ในการระบุส่วนผสมบนฉลากต้องลงส่วนผสมทุกตัว เรียงลำดับความเข้มข้นจากมากไปหาน้อย และไม่ต้องระบุ % ของส่วนผสมบนฉลาก 
8.2 การจดแจ้งสูตร ทาง อย.ไม่ได้บังคับให้แจกแจง %ส่วนผสม  ยกเว้นสารนั้นเป็นสารที่ อย.ประกาศให้เป็นสารที่ต้องควบคุมปริมาณการใส่ ก็จะต้องระบุ %  สารที่ อย.กำหนดปริมาณ และ อย. ไม่เคยเผยแพร่สูตรสู่สาธารณะ
8.3 สูตรแต่ละสูตร ไม่ได้ ทำเลียนแบบกันง่ายๆ ถ้าทำง่าย คงมีคนลอกเลียนสูตรแบรนด์ดังๆ กระปุกละหลายๆพัน มาวางขายกันแล้ว และเราคงไม่ต้องไปซื้อเครื่องสำอางแบรนด์เนมแพงๆในห้างสรรพสินค้ากันอีกต่อไป แม้จะรู้ส่วนผสมบนฉลาก แต่ไม่รู้% ที่ใส่ ทำเลี่ยนแบบให้ตายยังไงก็ไม่เหมือนแน่นอนค่ะ หรือแม่แต่รู้ % ที่ใส่ ก็อาจจะทำออกมาได้ไม่เหมือน

คำถามที่ 9 ไปรับเครื่องสำอางมาขายต่อ บนฉลากไม่มีเลขที่ใบรับแจ้ง เราในฐานะผู้ขาย (ไม่ใช่เจ้าของแบรนด์ ไม่ใช่ผู้ผลิต) มีความผิดหรือไม่?
ตอบ : ผู้ขายเครื่องสำอางที่ไม่มี “เลขที่ใบรับแจ้ง” บนฉลาก มีความผิดตาม พรบ.เครื่องสำอาง แม้จะไมได้ผลิตเองก็ตาม

แต่ถ้าเป็นการกระทำของผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า ต้องระวางโทษจำคุกหรือปรับที่สูงกว่าผู้ขายธรรมดา
 
คำถามที่ 10 : ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าเครื่องสำอางที่มิได้จดแจ้ง มีบทลงโทษหรือไม่ ?
ตอบ : ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าที่ฝ่าฝืนกฎหมาย ไม่มาจดแจ้งเครื่องสำอางให้เรียบร้อยก่อนผลิตหรือนำเข้า ถือว่ามีความผิดตาม พรบ.เครื่องสำอาง มีโทษทั้งจำหรือปรับ


********

บทความนี้เรียบเรียงโดย ภญ.จิราพรรณ คำดี 

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้