ทำไมต้องผลัดเซลล์ผิว วิธีผลัดเซลล์ผิวที่ถูกต้อง วิธีเลือกผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิว

Last updated: Apr 25, 2020  |  75720 จำนวนผู้เข้าชม  |  นานาสาระ สำหรับผิวสวย

ทำไมต้องผลัดเซลล์ผิว วิธีผลัดเซลล์ผิวที่ถูกต้อง วิธีเลือกผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิว

 

เซลล์ผิวชั้นล่างของเรามีเกิดใหม่ตลอดเวลาเพื่อทดแทนเซลล์ผิวชั้นบนที่ตายหลุดออกเป็นขี้ไคล กระบวนการนี้เรียกว่า skin cell turnover  หรือ วงจรการผลัดเซลล์ผิว ใช้เวลา 21-28 วัน โดยเฉลี่ย

วงจรการผลัดเซลล์ผิว (skin cell turnover) ใช้เวลา 28 วัน


เซลล์ผิวผลัดตัวเองได้อย่างไร

เซลล์ขี้ไคลซึ่งเป็นเซลล์ชั้นบนสุดของผิว เป็นเซลล์ที่มีความแข็ง กระด้าง เนื่องจากมีเคราตินเป็นส่วนประกอบอยู่จำนวนมาก เซลล์ขี้ไคลแต่ละเซลล์ยึดกันอยู่ด้วยสะพานเชื่อมเซลล์ที่ชื่อว่า คอร์นีโอเดสโมโซม (corneodesmosome) เมื่อเซลล์หมดอายุ เอนไซม์ตามธรรมชาติบนผิว จะมาทำลายสะพานนี้โดยอัตโนมัติและหลุดออกเป็นขี้ไคล เซลล์เกิดใหม่จากด้านล่างซึ่งมีความอวบอิ่มกว่า สวยงามกว่า ชุ่มชื้นกว่า ก็จะเลื่อนมาแทนที่ หากวงจรการผลัดเซลล์ผิวตามธรรมชาติของเรามีประสิทธิภาพ ตรงเวลา ผิวเราก็จะสวยงามอยู่เสมอ


 

ทำไมต้องใช้ ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิว (Exfoliation or peeling agent)

อายุที่เพิ่มขึ้น รังสี UV  มลภาวะ การพักผ่อนน้อย ผิวขาดน้ำ ผิวระคายเคืองหรือแพ้จนผิวอักเสบ การผลัดเซลล์ผิวจะช้าลง  เกิดการสะสมสมของเซลล์ขี้ไคล ทำให้ผิวหมองคล้ำ หยาบกร้าน  อุดตันง่าย รูขุมขนกว้าง ไม่กระชับ ดูดซึมครีมไม่ดี  การใช้ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิว สามารถช่วยแก้ปัญหานี้ได้ ในราคาไม่แพง ผลลัพธ์คุ้มค่า แต่ทั้งนี้เราต้องเลือกผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิวที่เหมาะกับสภาพผิวเราด้วยนะคะ

 


ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิวมีกี่แบบ

โดยทั่วไปแบ่งเป็น 2 แบบ คือ 1. Mechanical และ 2.  Chemical

1.Mechanical Exfoliation เป็นการผลัดเซลล์ผิวโดยใช้แรงทางกายภาพในการทำให้เซลล์ขี้ไคลหลุดจากกัน ได้แก่ การสครับ (สครับอัลมอนด์ สครับน้ำตาล สครับกาแฟ สครับเกลือ สครับสังเคราะห์จากโพลีเอททีลีน) การถูด้วยแปรงนวดหน้า การขัดด้วยไยบวบ ขัดด้วยหินขัด ขัดด้วยมือเปล่า เช็ดหน้าแรงๆด้วยผ้าขนหนู การกรอผิวด้วยอัญมณี และวิธีอื่นๆที่เป็นการออกแรงเพื่อเอาชนะการยึดเกาะของเซลล์ขี้ไคล

สครับน้ำตาล จัดเป็น mechanical scrub



การผลัดเซลล์แบบ Mechanical มีข้อเสียคือ ผลัดไม่ทั่วถึง และ ผิวระคายเคืองหลังผลัด แม้ว่าวัตถุดิบที่ใช้ผลัดจะทำมาจากธรรมชาติก็ตาม เม็ดสครับจากธรรมชาติจะมีเหลี่ยมที่เรามองไม่เห็น  วิธี Mechanical จึงไม่เหมาะกับผู้ที่มีผิวไวต่อการกระตุ้น ผิวระคายเคืองง่าย ผิวแห้ง

หลักการผลัดเซลล์แบบ mechanical ใช้แรงทางกายภาพในการเอาชนะการยึดเกาะของเซลล์ขี้ไคล

 

2. Chemical Exfoliants  ที่นิยมกันในวงการเครื่องสำอาง คือ  AHA และ BHA  เป็นการผลัดเซลล์ผิวโดยใช้หลักการทางเคมีในการคลายสะพานเชื่อมเซลล์ เป็นวิธีที่ได้ผลดี เพราะผลัดได้ทั่วถึงและโอกาสเกิดการระคายเคืองน้อยกว่าแบบ mechanical  


หลักการผลัดเซลล์แบบ chemical ใช้หลักการทางเคมี ออกฤทธิ์คลายสะพานเชื่อมเซลล์ ทำให้เซลล์ขี้ไคลหลุดออกจากกันได้ง่ายดาย โดยไม่ต้องออกแรงขัด

ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิวของฟาร์มาบิวตี้แคร์มีอะไรบ้าง

  • เรามีผลิตภัณฑ์ ผลัดเซลล์ผิว ทั้งสำหรับผิวแห้ง ผิวธรรมดา และผิวมัน
  • เราเลือกใช้แอคทีฟที่เป็นกลุ่ม chemical peeling คือ AHA (glycolic acid  ,lactic acid) และ BHA (salicylic acid)  เพื่อประสิทธิภาพและความอ่อนโยนต่อผิว
  • มีให้เลือกในหลายความเข้มข้น เพื่อรองรับสภาพผิวที่ต่างกัน
รายการผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติผลัดเซลล์ผิว 
  • เซรั่มไข่มุก  เป็นเซรั่มบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของ lactic acid ทาได้ทุกวันโดยไม่ต้องลงบำรุงตัวอื่นๆเพิ่ม : สำหรับทุกสภาพผิว
  • บีเอชเอ พลัส เอสเซ้นส์  มีส่วนผสมของ glycolic acid + salicylic acid :  เหมาะกับผิวมัน หลังจากทา บีเอชเอ พลัส เอสเซ้นส์ แล้วควรทาบำรุงอื่นๆตาม
  • มายด์ รีนิววอล เอสเซ้นส์ มีส่วนผสมของ glycolic acid + salicylic acid: เหมาะกับผิวแห้ง ผิวธรรมดา หลังจากทา มายด์ รีนิววอล เอสเซ้นส์ แล้วควรทาบำรุงอื่นๆตาม


เซรั่มผงไข่มุก ลดรอยแดง รอยดำจากสิว หลุมสิว กระชับรูขุมขน 15 มล. 550.- และ 100 มล. 1500.-    

บีเอชเอ พลัส เอสเซ้นส์  ผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยนสำหรับผิวมัน ผิวผสมค่อนไปทางมัน 20 มล.250.-

 

มายด์ รีนิววอล เอสเซ้นส์ ผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยนสำหรับผิวแห้ง ผิวขาดน้ำ  12 มล. 130.-

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการผลัดเซลล์ผิว

1. BHA และ AHA ต่างกันอย่างไร
ตอบ BHA ละลายในน้ำมัน ซึมลงไปผลัดเซลล์ในรูปขุมขนได้ลึกกว่า เหมาะสำหรับผิวมัน มีปัญหาอุดตันง่าย สาวน AHA ละลายในน้ำ เด่นในการผลัดเซลล์ผิวด้านบน และให้ความชุ่มชื้นกับผิวได้ดี

2. การผลัดเซลล์ผิวด้วย AHA, BHA ทำให้ผิวบางหรือไม่
ตอบ  ทั้ง BHA และ AHA มีฤทธิ์ในการผลัดเซลล์ผิวขี้ไคลเท่านั้น ไม่สามารถผลัดเซลล์ที่อยู่ลึกลงไปได้ คำว่าผิวบางที่พูดกัน จึงไม่ได้หมายถึง ชั้นผิวที่บางลงหรือหายไป แต่หมายถึง ผิวที่ระคายเคืองง่ายหลังผลัดเซลล์ผิวเสียมากกว่า ซึ่งป้องกันได้ แค่เข้าใจในหลักการผลัดเซลล์ผิวและวิธีป้องกันผิวระคายเคืองหลังผลัด เช่น การบำรุงผิวด้วยมอยส์เจอร์ไรเซอร์ การทากันแดดทุกวัน งดการบีบ แกะ เกา ขัดหน้า ในช่วงหลังผลัดเซลล์ใหม่ๆ

3. เราสามารถใช้ของจากธรรมชาติมาผลัดเซลล์ผิวทดแทนการใช้ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปได้หรือไม่
ตอบ พืช ผลไม้บางชนิด เช่น ส้ม มะนาว อ้อย มะขาม เป็นแหล่งของ AHA จากธรรมชาติก็จริง แต่เราไม่สามารถกะหรือคำนวณความเข้มข้นของ AHA ในการใช้แต่ละครั้งได้ จึงมีความเสี่ยงที่จะเกิดจากการระคายเคืองกรณีมีความเข้มข้นมากเกินไปหรืออาจจะไม่ได้ผลถ้าความเข้มข้นไม่ถึง

4.ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิวควรทาตอนไหน หลังทาแล้วต้องเว้นช่วงก่อนลงบำรุงตัวอื่นหรือไม่
ตอบ  กรณีเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำมาเพื่อการผลัดเซลล์โดยเฉพาะ  เช่น BHA plus essence , Mild renewal essence ควรใช้เป็นขั้นตอนแรกหลังเช็ดหน้าด้วยโทนเนอร์เสร็จแล้ว  หลังจากนั้นก็สามารถลงบำรุงต่อโดยไม่ต้องเว้นช่วง 10-15 นาที 

5. ทาผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์รอบดวงตาได้หรือไม่
ตอบ  กรณีเป็นผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิวชนิดความเข้มข้นต่ำสามารถทารอบดวงตาได้แต่อย่าทาชิดขอบตามากเกินไป

6. ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิวใช้ได้บ่อยแค่ไหน
ตอบ
ความถี่ของการใช้ขึ้นภับสภาพผิวแต่ละคน ไม่มีกฎตายตัว บางคนใช้วันเว้นวันแล้วดี บางคนก็ใช้ทุกวันได้ บางคนใช้วันเว้นสองวัน ฉะนั้น ควรทดลองใช้เองและปรับให้เข้ากับตัวเองมากที่สุด