Last updated: 24 ส.ค. 2569 | 96906 จำนวนผู้เข้าชม |
เลข อย. เครื่องสำอางคืออะไร? จากกฎหมายเครื่องสำอางในอดีต สู่ระบบจดแจ้งในปัจจุบัน
สิ่งที่เราเรียกติดปากว่า เลข อย. เครื่องสำอาง แท้จริงแล้วควรเรียกว่า “เลขที่ใบรับจดแจ้งเครื่องสำอาง” ซึ่งมีความหมายแตกต่างจากการอนุมัติยา หรือการรับรองว่าผลิตภัณฑ์นั้นจะเหมาะกับทุกคน
กว่าจะมาเป็นระบบจดแจ้งอย่างที่เราเห็นในปัจจุบัน กฎหมายเครื่องสำอางของประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงมาแล้วหลายครั้ง
บทความนี้จะพาย้อนกลับไปดูตั้งแต่ระบบเครื่องสำอางในอดีต จนถึงกฎหมายและระบบจดแจ้งที่ใช้ในปัจจุบันค่ะ
1.ยุคเริ่มต้น: พ.ร.บ. เครื่องสำอาง พ.ศ. 2517
การควบคุม: เริ่มต้นจัดระเบียบตลาดเครื่องสำอางอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก
แนวคิด: เน้นควบคุมความปลอดภัยของผู้บริโภค เนื่องจากเริ่มมีการใช้สารเคมีและการผลิตในเชิงอุตสาหกรรมมากขึ้น
2. ยุคแบ่ง 3 ประเภท: พ.ร.บ. เครื่องสำอาง พ.ศ. 2535
ในยุคนี้ กฎหมายได้แบ่งเครื่องสำอางออกเป็น 3 ระดับความเสี่ยงอย่างชัดเจน
3. ยุคเปลี่ยนผ่านสู่อาเซียน (พ.ศ. 2546 - 2551)
จุดเปลี่ยนสำคัญ: ประเทศไทยลงนามในความตกลงว่าด้วยแผนการปรับกฎระเบียบเครื่องสำอางให้สอดคล้องกันของอาเซียน (ASEAN Harmonized Cosmetic Regulatory Scheme)
ผลลัพธ์: มีการทยอยออกประกาศกระทรวงสาธารณสุขเพื่อ ยกเลิก เครื่องสำอางควบคุมพิเศษ และเปลี่ยนเครื่องสำอางทุกประเภท (รวมถึงเครื่องสำอางทั่วไป) ให้กลายมาเป็น "เครื่องสำอางควบคุม" ทั้งหมด เพื่อปรับระบบเข้าสู่ระบบ "จดแจ้ง" เดียวกัน
ในช่วง พ.ศ. 2551 ประเทศไทยเริ่มปรับระบบการกำกับดูแลเครื่องสำอางให้สอดคล้องกับแนวทางของ ASEAN Cosmetic Directive
4. ยุคจดแจ้ง 100%: พ.ร.บ. เครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 (มีผลบังคับใช้ 9 ก.ย. 2558)
การควบคุม : ยกเลิกการแบ่ง 3 ประเภทอย่างเด็ดขาด กำหนดให้เครื่องสำอางทุกชนิดบนท้องตลาดมีสถานะเป็นเครื่องสำอางควบคุม
มาตรการบังคับ: ผู้ผลิตและผู้นำเข้า "ต้องจดแจ้งรายละเอียดผลิตภัณฑ์" (Notification) ต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ก่อนผลิตหรือนำเข้าเพื่อขาย 100% ไม่มีข้อยกเว้น
ผลกระทบ: เครื่องสำอางที่เคยจัดเป็น "เครื่องสำอางทั่วไป" (เช่น ครีมบำรุง, ลิปสติก, สบู่) ที่ในอดีตผลิตแล้วขายได้เลยโดยไม่ต้องบอกสูตร อย. นับตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน 2558 เป็นต้นมา หากไม่จดแจ้งและไม่มีเลขที่ใบรับแจ้ง (เลข อย.) ถือว่าผิดกฎหมายทันที
5. ยุคปัจจุบัน: พ.ร.บ. เครื่องสำอาง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2565
การควบคุม: ยกระดับความเข้มงวดและเพิ่มความรวดเร็วในการคัดกรองด้วยระบบดิจิทัล (e-Submission)
สาระสำคัญ: เพิ่มมาตรการตรวจสอบสถานที่ผลิต, การเรียกคืนสินค้าที่ไม่ปลอดภัย, และปรับปรุงข้อกำหนดเกี่ยวกับการโฆษณาและการลงโทษให้ทันสมัยกับยุคการค้าออนไลน์

เลขจดแจ้งมีประโยชน์อย่างไร?
ถึงแม้เลขจดแจ้งจะไม่ใช่ตรารับประกันว่า “ดีที่สุด” หรือ “ไม่แพ้แน่นอน” แต่เลขนี้มีความสำคัญมากในระบบกำกับดูแลเครื่องสำอาง
ผู้บริโภคสามารถนำเลขจดแจ้งไปตรวจสอบข้อมูลของผลิตภัณฑ์ในฐานข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาได้
ฉลากเครื่องสำอางก็สำคัญไม่แพ้เลขจดแจ้ง
เวลาซื้อเครื่องสำอาง ไม่ควรดูเฉพาะเลขจดแจ้งค่ะ
ฉลากเป็นอีกส่วนสำคัญที่ช่วยให้ผู้บริโภคทราบว่าเรากำลังใช้ผลิตภัณฑ์อะไร และผู้ผลิตปฏิบัติตาม พ.ร.บ.เครื่องสำอางหรือไม่
ข้อมูลบนฉลากต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ได้แก่
รายละเอียดบางรายการอาจแตกต่างกันตามประเภทผลิตภัณฑ์และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง
ดังนั้นก่อนซื้อเครื่องสำอาง โดยเฉพาะสินค้าที่จำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ ควรอ่านฉลากให้ครบ ไม่ใช่ดูเพียงคำโฆษณาด้านหน้ากล่อง

สรุป: เวลาเห็น “เลข อย. เครื่องสำอาง” ให้เข้าใจอย่างไร?
จำง่าย ๆ ค่ะ
เครื่องสำอาง = ระบบจดแจ้ง
เลขที่เราเรียกกันว่า “เลข อย. เครื่องสำอาง” โดยทั่วไปหมายถึง เลขที่ใบรับจดแจ้งเครื่องสำอาง
การมีเลขจดแจ้งมีความสำคัญ เพราะเป็นส่วนหนึ่งของระบบกำกับดูแลตามกฎหมาย แต่ไม่ได้หมายความว่า อย. รับรองประสิทธิภาพทุกคำโฆษณา หรือรับประกันว่าจะไม่มีใครเกิดอาการแพ้จากผลิตภัณฑ์นั้น
สำหรับผู้บริโภค วิธีเลือกซื้อเครื่องสำอางที่รอบคอบกว่าการดูเลขอย่างเดียว คือ
เช็กเลขจดแจ้ง + เช็กข้อมูลให้ตรงกับผลิตภัณฑ์ + อ่านฉลาก + ดูส่วนประกอบ + พิจารณาคำโฆษณาอย่างมีเหตุผล
เพียงเท่านี้ “เลข อย.” ก็จะกลายเป็นข้อมูลที่เราใช้ตรวจสอบเครื่องสำอางได้อย่างถูกต้อง มากกว่าการมองว่าเป็นเพียงตัวเลขบนกล่องค่ะ
บทความโดย ฟาร์มาบิวตี้แคร์ สกินแคร์โดยเภสัชกร
23 ส.ค. 2558