ประเภทสิว สิวมีกี่ประเภท สิวอุดตัน สิวอักเสบ สิวผด บทความโดยเภสัชกร

437935 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ประเภทสิว สิวมีกี่ประเภท สิวอุดตัน สิวอักเสบ สิวผด  บทความโดยเภสัชกร

ก่อนเข้าเรื่อง ขอทำความเข้าใจกับผู้อ่านทุกท่านก่อนจ้า

คำว่า " สิว " ในบทความนี้ทั้งหมด ใช้อธิบาย  " สิวปกติ " เท่านั้น สิวปกติคืออะไร?  สิวปกติ คือ สิวที่เกิดจากการอุดตันของคอมีโดนในรูขุมขน 

ส่วนสิวไม่ปกติ คือ สิวที่อาจไม่เกี่ยวข้องกับต่อมไขมัน ไม่มีการอุดตันของคอมีโดน ตัวอย่างสิวไม่ปกติ  เช่น สิวแพ้ยา, ผื่นคล้ายสิว, สิวเทียม, สิวผดจากยีสต์, สิวสเตอรอยด์  ฯลฯ  

สำหรับผู้ที่สงสัยว่าตัวเองกำลังเป็นสิวสเตอรอยด์อ่านทางนี้ >>  สิวสเตอรอยด์


สิว (Acne vulgaris) เกิดจากอะไร

  • สิวเกิดจากการอุดตันของ คอมีโดน (comedones) ในรูขุมขน
  • คอมีโดนคือสารเหนียวที่เกิดจากการรวมตัวของ  น้ำมัน + ขนอ่อน + เซลล์ผิวที่ลอกตัว
  • ระยะเวลาการก่อตัวของคอมีโดนเฉลี่ยอยู่ที่ 2 สัปดาห์  ซึ่งถ้าปล่อยทิ้งไว้  จะค่อยๆโตขึ้น ทำให้ท่อไขมันและรูขุมขนโป่งพองดันผิวหนังนูนขึ้น จนสามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า ระยะนี้เองที่เราเรียกมันว่า " สิว "
  • สิวเกิดได้ในทุกเพศ ทุกวัย แต่อาจจะพบมากในวัยรุ่น เนื่องจากมีปริมาณฮอร์โมนที่ไปกระตุ้นการสร้างน้ำมันจำนวนมาก
  • บริเวณที่มีต่อมไขมันมาก ได้แก่ ใบหน้า หนังศีรษะ หน้าอก และแผ่นหลัง เป็นบริเวณที่เป็นสิวได้ง่าย



รูปที่ 1 แสดงโครงสร้างรูขุมขน 

องค์ประกอบในรูขุมขน ที่เกี่ยวข้องกับการเกิดสิว

1. ขนอ่อน ในแต่ละรูขุมขนอาจมีขนอ่อนได้มากกว่า 1 เส้น
2. ต่อมไขมัน ทำหน้าที่ผลิตน้ำมันและลำเลียงผ่านรูขุมขนขึ้นไปฉาบผิวด้านบน
3. เซลล์บุผนังรูขุมขนที่มีการหลุดลอกออกตามธรรมชาติทุก 28 วัน
4. แบคทีเรียหลายชนิด แต่ตัวที่มีบทบาทสำคัญในการก่อให้เกิดสิว คือ Propionibacterium acnes หรือที่เราเรียกกันติดปากว่า พี แอคเน่ (P.acne)


สาเหตุของสิว
สิวมีสาเหตุหลักจากการอุดตันของคอมีโดน อะไรก็ตามที่ไปกระตุ้นให้เกิดคอมีโดนทั้งทางตรงและทางอ้อม นั่นคือสาเหตุที่ทำให้เกิดสิว 

 


รูปที่ 2  แสดงปัจจัยที่ทำให้เกิดคอมีโดน 

แบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ

  1. เซลล์ผิวที่หลุดลอก 
    • เซลล์ผิวตายแล้วลอกตัวตามธรรมชาติแต่ตกค้างในรูขุมขน
    • เซลล์ผิวที่ลอกตัวแบบผิดปกติจำนวนมาก โดยมีสาเหตุมาจาก  โรคผิวหนังบางชนิด /การระคายเคืองซ้ำๆ /เครื่องสำอางที่ไม่เหมาะกับผิว /การดูแลผิวผิดวิธี
  2. น้ำมันที่ผลิตโดยต่อมไขมัน  ปัจจัยที่ไปกระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันมากขึ้น เช่น
    • อาหารบางชนิด 
    • ฮอร์โมนแอนโดรเจน
    • ความเครียด  การอดนอน
    • อากาศร้อน
    • พฤติกรรมที่ทำให้ผิวเกิดการระคายเคือง เช่น การบำรุงผิวผิดวิธี การผลัดเซลล์ผิวมากเกินไป การสัมผัสแกะเกา เสียดสีผิว ทำให้ผิวขับน้ำมันมาป้องกันการระคายเคือง
  3. ขนอ่อน
    • ในแต่ละรูขุมขนจะขนอ่อน 1 เส้นหรือมากกว่านั้นถึง 80 เส้น ปกติขนอ่อนเหล่านี้จะหลุดออกเองตามธรรมชาติ แต่ถ้าขนอ่อนนี้ มีมากเกินไป ไม่หลุดออกเองแล้วไปรวมตัวกับน้ำมัน ก็จะกลายเป็นคอมีโดน


การระคายเคืองซ้ำๆ ทำให้เป็นสิวเรื้อรังได้อย่างไร

  • การล้างหน้าย้อนรูขุมขนหรือไร้ทิศทาง ถูหน้าแรงๆ จับหน้าบ่อยๆ  ใช้สารที่มีคุณสมบัติระคายเคืองต่อผิวหน้าเป็นเวลานาน โดยเฉพาะครีมหน้าใสที่ใช้ส่วนผสมไม่เป็นมิตรกับผิว ดูเผินๆหน้าใสจริงแต่ลูบแล้วสาก ระคายเคืองผิว ไม่เรียบเนียน มีสิวอุดตันเพียบ พฤติกรรมเหล่านี้ รบกวนโครงสร้างและการระบายน้ำมันของรูขุมขน เซลล์ผิวเกิดการตอบสนองโดยพยายามแบ่งตัวมากขึ้น ลอกตัว หนาตัวขึ้นตามลำดับ และกลายเป็นคอมีโดนไปอุดตันรูขุมขน กลายเป็นสิวเรื้อรัง
  • การบีบสิว ทำให้โพรงรูขุมขนเสียรูปร่าง บาดเจ็บ ร่างกายจะมีกระบวนการซ่อมแซมแผลโดยสร้างเซลล์ผิวใหม่มาทดแทนแต่ยังไม่ทัน เรียงตัวเข้าที่ เราก็ไปบีบมันอีกแล้ว ..ทำให้ผิวบริเวณนั้นอุดตันง่ายและเป็นสิวไม่รู้จบ


ประเภทของสิว สิวมีกี่แบบ

การแยก ประเภทของสิว และการ เรียกสิว อย่างถูกต้อง มีส่วนสำคัญในการเลือกผลิตภัณฑ์เพื่อรักษา บางคนเป็น สิวอักเสบ แต่เรียกว่า สิวอุดตัน ถามว่าผิดไหม ก็ไม่ผิด เพราะสิวอักเสบก็คือสิวอุดตันที่ติดเชื้อจนกลายเป็นสิวอักเสบ แต่ควรเรียกว่าสิวอักเสบจะดีกว่า เพราะการเรียกผิดก็อาจทำให้เลือกผลิตภัณฑ์รักษาที่ผิดได้


รูปที่ 3  แสดงสิวแบบต่างๆ

ประเภทของสิว โดยทั่วไปเราแบ่งสิวออกเป็น 2 ประเภท คือ 

1. สิวไม่อักเสบ (non-inflammatory acne) บางคนเรียก สิวอุดตัน  สิวไม่มีหัว สิวคอมีโดน สิวผด สิวเสี้ยน และอีกหลายๆอย่าง จะเห็นว่าแต่ละคนเรียกชื่อสิวไม่เหมือนกัน ซึ่งทำให้ยากต่อการเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม   (สิวไม่อักเสบ = หมายเลข 1,2) 

2. สิวอักเสบ (inflammatory acne)  สิวประเภทนี้มีลักษณะเฉพาะคือ เมื่อกดหรือสัมผัสจะรู้สึกเจ็บ ไม่ต้องสนใจว่าเจ็บมากหรือเจ็บน้อย แค่เจ็บก็คือ มีการอักเสบแล้ว และในบางกรณีก็สังเกตง่ายขึ้น เพราะสิวเหล่านี้มักจะมีอาการบวม แดง (สิวอักเสบ = หมายเลข 3,4,5)

เรามาเริ่มลงรายละเอียดแต่ละประเภทนะคะ เริ่มจาก

1. สิวอุดตันหัวเปิด หรือสิวหัวดำ (หมายเลข 1)

  • มองเห็นเป็นจุดสีดำ จุดสีดำเกิดจากน้ำมันที่อัดแน่นอยู่กับเซลล์ผิวเก่า ทำปฏิกิริยา oxidation กับออกซิเจนในอากาศ
  • การรักษา : กดออก 
  • การป้องกัน : 

2. สิวอุดตันหัวปิด หรือสิวหัวขาว  (หมายเลข 2)

  • คอมีโดนไม่มีทางออก จึงดันผิวนูนขึ้น บีบออกยาก รากสิวลึก  มีโอกาสลุกลามเป็นสิวอักเสบได้สูง เพราะเมื่อหัวไม่เปิด สภาวะภายในคือ ขาดออกซิเจน เชื้อแบคทีเรียที่ไม่ชอบออกซิเจนก็เจริญเติบโตได้ง่าย จึงมีความเสี่ยงสูงที่จะพัฒนาเป็นสิวอักเสบต่อไป
  • การรักษา : เซรั่มละลายสิว  แต้มก่อนนอนติดต่อกันทุกคืน จนหัวสิวเปิดค่อยกดออก
  • การป้องกัน : 
    • ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีฤทธิ์ช่วยในการลดการอุดตันใต้ผิว  ปรับสภาพรูขุมขนและการทำงานของต่อมไขมัน ได้แก่ เซรั่มละลายสิว
    • ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนช่วยลดการผลิตน้ำมันบนผิวหน้า ได้แก่ เซรั่มไฮยาแมทท์
  • คำแนะนำ : ห้ามกด บีบสิว ถ้าหัวสิวยังไม่เปิด เพราจะทำให้สิวติดเชื้อและไขมันแตกรั่วออกนอกผนังรูขุมขน เข้าสู่ชั้นหนังแท้ กลายเป็นสิวอักเสบ เสี่ยงต่อการเกิดหลุมสิว

3. สิวอักเสบ  (หมายเลข 3,4,5)

  • สิวอักเสบ คือสิวที่พัฒนาต่อมาจากสิวอุดตัน การอักเสบจะเกิดขึ้นเมื่อ  1. เกิดการติดเชื้อ p.acne หรือ 2. ผนังรูขุมขนแตกรั่วจากการบีบสิว หรือ 3. ผนังรูขุมขนแตกรั่วจากคอมีโดนที่มีขนาดใหญ่เกินกว่ารูขุมขนจะทนแรงดันได้
  • ร่างกายจะพยายามกำจัดเชื้อและซากคอมีโดนที่รั่ว โดยการส่งเซลล์ภูมิคุ้มกัน เช่น เม็ดเลือดขาว มาต่อสู้  เข้าสู่กระบวนการอักเสบ จึงเรียกว่า สิวอักเสบ 
  • ลักษณะเฉพาะของสิวอักเสบคือ จะอาการบวม แดง และเมื่อกดแล้วจะรู้สึกเจ็บ เป็นลักษณะเฉพาะที่เราใช้แยกออกจาก สิวไม่อักเสบ 
  • หมายเลข 3 : สิวอักเสบชนิด Paplue  นูนแดงขึ้นมาเล็กน้อย
  • หมายเลข 4 : สิวอักเสบชนิด pustule  มีหัวหนองให้เห็นชัดเจน
  • หมายเลข 5 : สิวอักเสบชนิด nodule/cyst   หรือ สิวหัวช้าง สิวซีสต์ รุนแรงที่สุด คอลลาเจนถูกทำลาย อาจกลายเป็นหลุมสิว ควรรีบพบแพทย์เพื่อรักษา  
  • การรักษาสิวอักเสบ  หลักสำคัญ คือ


5 ความเชื่อและ 5 ความจริงเรื่องสิว (เครดิต นพ.สมนึก อมรสิริพาณิชย์)

1. การดูแลสุขอนามัยที่ดีจะทำให้ลดการเกิดสิว
91.3% ของกลุ่มตัวอย่างเชื่อว่าการดูแลสุขอนามัยที่ดี เช่น การใช้สบู่ การดูแลความมันบนใบหน้าจะทำให้ลดการเกิดสิว
FACT ยังไม่มีข้อสรุปที่บอกว่าการดูแลผิวพรรณให้สะอาดอยู่ตลอดเวลาจะช่วยลดการเกิดสิวซ้ำร้ายหากการดูแลความสะอาดนั้นอาจทำให้เกิดสิวเพิ่มมากขึ้นด้วยหากดูแลผิดวิธียกตัวอย่างเช่น การใช้สบู่ที่มีฤทธิ์ในการชำระล้างที่สูงเกินไป การใช้มือถูนวดใบหน้ามากเกินไป

2. การล้างหน้าช่วยทำให้ลดการเกิดสิว
59.2% ของกลุ่มตัวอย่างเชื่อว่าการล้างหน้าบ่อยๆช่วยลดการเกิดสิว
FACT การล้างหน้าที่มากเกินไปร่วมกับการขัดถูจะทำให้สิวแย่ลง โดยการกระทำเช่นนี้อาจทำให้เกิดสิวอักเสบหรือรอยดำจากสิวขึ้นมาได้ เคยมีการทดลองเปรียบเทียบการรักษาสิวโดยแบ่งเป็นกลุ่มAพยายามรักษาสิวโดยทำให้ผิวแห้งที่สุด กลุ่มB รักษาตามปกติ กลุ่มC รักษาโดยพยายามหลีกเลี่ยงน้ำ ผลที่ได้คือ กลุ่ม Bและ C ให้ผลที่ดีกว่าการรักษาที่ทำให้ใบหน้าแห้ง

3. การแตะจับใบหน้าบ่อยๆมีผลทำให้สิวแย่ลงหรือไม่
88.3%ของกลุ่มตัวอย่างเชื่อว่าการแตะจับใบหน้าบ่อยๆมีผลทำให้สิวลง
FACT การแตะจับผิวหน้าบ่อยๆ เกิดการระคายเคืองของผิวหนังทำให้เกิดสิว เป็นความเชื่อที่ถูกต้องแต่หมอจะเพิ่มเติมคือการนวดหน้า ทำทรีตเมนท์ต่างๆทำให้เกิดสิวได้เช่นกัน

4. การแกะสิวหรือกดสิว
85.4%เชื่อว่าทำให้สิวแย่ลง
FACT ถูกต้องการแกะสิวและการกดสิวทำให้เกิดสิวและซ้ำร้ายยังทำให้มีรอยแผลเป็นจากสิวอีกด้วยฉะนั้นหลักการที่จะทำให้หัวสิวหลุดออกไปโดยเร็วที่สุดนั้นไม่ถูกต้อง หมอขอเสริมว่าการใช้น้ำกรดแต้มก็ไม่ได้ช่วยการรักษาสิว

5. การรับประทานอาหาร
69.9%เชื่อว่าอาหารบางอย่างทำให้เกิดสิว
FACT ก่อนหน้านี้แพทย์บางส่วนไม่เชื่อว่าการทานอาหารมีผลต่อการเกิดสิว แต่ในปัจจุบันมีการรายงานอาหารที่เกิดสิวมากขึ้นส่วนมากเป็นอาหารของชาวตะวันตกที่มีส่วนผสมของนมและผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนมเช่น เนย sherbet ครีมต่างๆ ปัจจุบันวัยรุ่นไทยก็นิยมอาหารFast food เค้ก ขนมปังมากขึ้นจึงทำให้อัตราเกิดสิวมากขึ้น

ข้อคิดเตือนใจสำหรับคนเป็นสิว
1. สิวไม่ใช่กรรมที่ติดตัวมาแต่เกิดแล้วจะแก้ไขไม่ได้  การที่เรารักษายังไงก็ไม่หายขาด อาจเป็นเพราะยังไม่เจอวิธีที่ถูกต้องและใช่สำหรับเรา
2.สิวบางประเภท โดยเฉพาะสิวเสี้ยน สิวผดเม็ดเล็กๆ ที่เป็นๆหายๆ ถ้าไม่จ้องก็แทบมองไม่เห็น ควรปล่อยวางมันบ้าง บางคนทั้งเค้น ทั้งกด เช้าเย็น ว่างเป็นส่องกระจก จนหน้าแดงช้ำไปหมด อีกไม่นานมันก็ขึ้นมาใหม่แถมเยอะกว่าเดิมแล้วก็ยังอักเสบง่ายกว่าเดิมด้วย พฤติกรรมเหล่านี้ เป็นสาเหตุของการเกิดสิวเรื้อรัง 
3.การใช้ผลิตภัณฑ์รักษาสิวทั้งหลาย เป็นการแก้ไขที่ปลายเหตุ ไม่ใช่วิธีที่จะทำให้สิวหายถาวร มีหมอผิวหนังท่านหนึ่งพูดว่าไม่มีผลิตภัณฑ์ใด หมอคนใด หรือยาใดในโลก ที่จะทำให้สิวหายถาวร ถ้ามีจริง ป่านนี้หมอผิวหนังคงตกงาน
4. การออกกำลังกาย การพักผ่อนให้เพียงพอ ทานอาหารที่มีประโยชน์ ทำให้สิวลดลงและหายได้

" ผลิตภัณฑ์รักษาสิว ไม่ช่วยให้สิวหายขาด หากยังไม่แก้ที่สาเหตุ "

นอกจากการใช้ผลิตภัณฑ์รักษาสิวแล้ว แนะนำให้ปรับไลฟ์สไตล์ร่วมด้วย ดังนี้

1. นอนไม่เกิน 5 ทุ่ม นอนให้ได้ประมาณวันละ 8 ชั่วโมง
2. ดื่มน้ำมากๆ จิบทีละน้อย แต่ให้บ่อยในระหว่างวัน
3. ออกกำลังกาย สัปดาห์ละ 3 ครั้ง ครั้งละอย่างต่ำ 30 นาที หากไม่มีเวลาไปออกกำลังกาย แนะนำให้ฝึกเล่นโยคะท่าง่ายๆ ที่บ้าน ประหยัดเวลาและช่วยปรับฮอร์โมนได้ดีค่ะ
4. ควบคุมอาหารมัน ขนมขบเคียว แป้ง ของหวาน รับประทานได้ แต่ไม่มากเกินไป
5. งดลูบคลำและส่องกระจกบ่อยๆ เพื่อลดความกังวล ซึงจะกระตุ้นให้เราอยากบีบ แกะ  เหล่านี้ทำให้สิวแย่ลงและขึ้นที่เดิมซ้ำๆ