รีวิวหวี wet brush และ armando caruso milan สาวๆที่มีปัญหาผมพันกัน สางไม่ได้ หวีแล้วขาดร่วง มาทางนี้

17047 จำนวนผู้เข้าชม  |  รีวิว beauty items ส่วนตัว

รีวิวหวี wet brush และ armando caruso milan  สาวๆที่มีปัญหาผมพันกัน สางไม่ได้ หวีแล้วขาดร่วง มาทางนี้

เรามีปัญหาผมพันกันง่าย ผมเส้นเล็ก เบา ตอนแห้งนี่หวีได้สบาย แต่ตอนผมเปียก หวียาก ขาดร่วงเยอะ ก่อนหน้านี้เราใช้หวีทั่วไป หวีตลาดนัด หวีจากโรงแรม หวีจากโรงพยาบาล หวีพวกนี้ ใช้ตอนผมเปียกยังไงก็พันกัน  ปลายปี 60 เราจึงลองสั่งหวี tangle teezer จาก Sephora thailand มาใช้ ใช้ดีระดับหนึ่ง ประทับใจ  หวีง่าย ผมไม่พันกัน แต่ๆๆๆ  มันใช้ดีเฉพาะตอนผมแห้งเท่านั้น ! ไม่เวิร์คกับผมเปียกค่ะ 

tangle teezer (ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต)

ต่อมาเราพบเทคนิคแก้ปัญหาเฉพาะตัว คือ พอเช็ดผมให้หมาด เราจะยังไม่หวี แต่จะลงเซรั่ม alfaparf crystalli liquidi illuminating serum ก่อน  จากนั้นไปนั่งก้มหัวที่หน้าพัดลม เพื่อเป่าผมให้แห้ง และระหว่างเป่าก็จะสางผมทีละนิดด้วยมือ จนกระทั่งผมไม่พันกันแล้วค่อยหวีปิดท้าย ด้วยหวีอะไรก็ได้ที่ซี่ห่างหน่อย วิธีเวิร์คสำหรับเรา 

เคล็ดลับ ! อยู่ที่ เซรั่ม alfaparf crystalli liquidi illuminating serum ตัวนี้ช่วยได้อย่างมากในการเคลือบผม ลดการพันกัน ทำให้หวีผมได้ง่าย และผมเงางามมากค่ะ 

เราใช้เทคนิคนี้มาตลอด แต่ตอนหลังเริ่มไม่อยากเสียเวลาในการเป่าด้วยพัดลม จึงค้นหาวิธีช่วยใหม่ๆ และ "หวีสำหรับผมเปียก" ก็คือตัวเลือกที่เราคิดอยากจะลองดูอีกสักครั้ง

หาข้อมูลอยู่สักพักก็คิดว่าจะลองตัวนี้แหละ Wet brush เข้าไปดูในเพจแล้วมีคนมารีวิวว่าดี ให้คะแนนเต็ม5กันเยอะ ตัดสินใจสั่ง1ชิ้น เป็นรุ่น shine ราคาอยู่ที่ 790 บาท ไม่รวมค่าส่ง ตื่นเต้นๆจะได้ลองหวี wet brush

แต่ในช่วงเย็นวันเดียวกันนี้เอง เราไปเดินเล่นเซนทรัล เราก็ไปได้หวีอีกอันหนึ่งมา ชื่อว่า armando caruso milan   เห็นโปรโมชั่นไม่ได้ วิ่งใส่เลย อิอิ มันลด15%  เหลือ 195 บาท ตัดสินใจซื้อกลับบ้านในเย็นวันนั้น ไม่เคยรู้จักยีห้อนี้มาก่อน แต่ซื้อเพราะมันเขียนว่า ทำจากขนหมูป่า (Boar Bristle) แบบเดียวกับเจ้า wet brush ที่เพิ่งสั่งไป

ขนหมูป่า ดียังไง เอาตามที่อ่านมาคือเขาบอกว่ามันจะช่วยกระจายน้ำมันบนผม ทำให้ผมเงางาม ไม่มันเร็ว ก่อนจะเอามาทำหวีเขาจะเคลือบไนล่อนก่อนเพื่อให้มันทนความร้อนและมีความแข็งตัวพอที่จะอัดแล้วตั้งเป็นเส้นขึ้นได้

มายลโฉมหวี armando caruso milan  กันก่อน


หวี armando caruso milan

ด้ามลายไม้แต่ไม่น่าใช่ไม้จริง (ดูไม่เป็น) น้ำหนักพอดีมือมาก จับถนัดมือ ขนแปรงมี 2 ส่วน คือ 1.ขนไนลอนมีปุ่มตรงปลาย และ 2. ขนหมูป่าที่อัดอยู่ตรงโคนขนไนลอน   ขนาดแปรงยาวประมาณ 8 นิ้ว ไม่เล็กไม่ใหญ่ ใช้ถนัด

ตอนซื้อได้ลองหวีดู หวีได้ดีสำหรับผมแห้ง ผมไม่พันกัน หวีง่าย เลยคิดว่าสำหรับผมเปียกมันอาจจะเวิร์ค ซื้อมาลองก่อนดีกว่า เดี๋ยวได้เจ้า wet brush มา ค่อยสัมปทานตัว armando ให้แม่ต่อ คืนวันนั้นนั่งหวีผมด้วยเจ้านี่ตลอด ให้ลูกสาววัย2ขวบ10เดือนช่วยหวีให้ โดยหลอกว่า นี่คือหวีของ ราพันเซลล์  นางเชื่อ นั่งหวีผมแม่ไป ร้องเพลงไป "บุปผา เรืองแสงส่อง เปล่งฤทธาของเจ้า ♪♪...นางร้องได้แค่นี้แหละ

วันรุ่งขึ้นช่วงเย็นๆ ไปรษณีย์ก็ยังไม่มา อยากได้ wet brush ใจจะขาด พอดีจะต้องอาบน้ำสระผมแล้ว ผมเยินมาก เนื่องจากไปกวาดเศษปูนที่ช่างทุบซ่อมบ้าน อยากได้เจ้า wet brush มาลองให้ทัน โชคดีสุดๆ อาบน้ำเสร็จปุ๊บ ไปรษณีย์มาพอดีเลย ได้ลองทั้งเจ้า wet brush และ armando กับผมเปียกแล้วว

 

มายลโฉม wet brush กัน


หวี wet brush รุ่น shine 

แปรงมีขนาดยาว9นิ้วรวมด้าม ขนแปรงเป็นแบบผสมเช่นเดียวกับ armando แต่ต่างกันนิดหน่อยที่ความยาวของตัวขนหมูป่าของ wet brush จะสั้นและผอมกว่านิดหน่อยค่ะ น้ำหนักแปรงโดยรวมหนักกว่า armando อยู่พอสมควร อาจจะเพราะด้วยขนาดที่ใหญ่กว่า ทั้งในส่วนของด้าม ส่วนของตัวหวี อีกทั้งยังหนากว่า (ดูรูปด้านล่าง)  ถ้าถามว่าตัวไหนจับถนัดกว่า  ต้องบอกว่า armando เหมาะมือมากกว่าค่ะ

คำเคลมแปรง wet brsuh คือ ใช้เทคโนโลยีที่ชื่อว่า intelliflex เดาว่าน่าจะหมายถึงความยืดหยุ่นของขนแปรงที่พอดี ถ้าแข็งทื่อแบบหวีทั่วไป ก็จะเจ็บหนังศีรษะและทำให้ผมขาด แต่ถ้าอ่อนเกินไปก็จะทำให้ไม่มีแรงสางผมให้แยกจากกัน  และการวางตำแหน่งขนแปรงน่าจะมีส่วนในการช่วยแบ่งผมเป็นช่อระหว่างการหวี ทำให้ผมแต่ละช่ออิสระจากกันในขณะหวี ย้ำอีกทีว่าเดา ถ้าผิดพลาดก็ขออภัย เอาเป็นว่า มันหวีได้จริงและผมพันกันน้อยมาก

 

รูปภาพเปรียบเทียบ wet brush และ armando caruso

เปรียบเทียบด้านข้าง

wet brush ขนแปรงแน่นโค้งมนมากกว่า armando 
ส่วนบอดี้(สีม่วง)หนากว่าบอดี้ (ส่วนไม้) ของ armando

 

เปรียบเทียบด้านบน ; wet brush มีขนาดใหญ่กว่า  ขนแปรงแน่นกว่า

 

 

ซูมใกล้ๆ : wet brush  ขนแปรงแน่นกว่า โดยรวมมีความโค้งมนมากกว่า ส่วนของขนหมูป่าสั้นกว่า

 

 



งานโลโก้ที่ด้าม ของ wet brush ไม่คม (อาจเป็นแค่บางด้าม) ส่วนของ  armando สีทองสวยหรู

 

ทดสอบความยืดหยุ่นของขนแปรงโดยใช้นิ้วสไลด์ขนแปรงและดูการดีดตัวกลับ พบว่า wet brush มีความยืดหยุ่นดีกว่า สังเกตจากเสียงดีดตัวกลับที่มีความเบา นุ่ม จังหวะการดีดตัวกลับที่สมูธ (smooth)

 

มาถึงเรื่องการใช้งานจริงกับผมเปียก

ต้องบอกว่าทั้งสองด้ามทำงานได้ดีพอๆกัน หวีผมเปียกได้ดี ลดการพันกันได้มากกว่า 90% แต่ถ้าจะให้ฟันธงตามความรู้สึกว่าอะไรดีกว่า ขอบอกว่า wet brush ดีกว่าค่ะ หวีได้ลื่นกว่า ผมร่วงน้อยกว่า ปุ่มบนซี่หวีมีความนุ่มนวลต่อหนังศีรษะ หวีแรงได้ในเวลาเร่งรีบ ข้อด้อยก็คือ ราคาแพงกว่า น้ำหนักมากกว่า และความถนัดมือสู้ armando ไม่ได้ค่ะ (อาจขึ้นกับขนาดมือแต่ละคน)

ถ้ามีงบ จัด wet brush เลยค่ะ มีหลายรุ่น หลายราคา

ถ้ายังไม่มั่นใจ หาหวีแบรนด์อื่นที่ทรงใกล้เคียงมาลองก่อนได้ หรือจะลอง armando แบบเราก็ดีนะ มีขายที่โรบินสันในห้างเซนทรัลค่ะ

 

ปล1. ถ้ามีเวลา จะอัดคลิปหวีผมเปียกของทั้งสองด้ามมาให้ดูนะคะ

ปล2. รูปภาพถ่ายเองด้วย iphone SE