ซิลิโคนทำให้อุดตันไหม / Dimethicone อุดตันไหม / คนเป็นสิวใช้ซิลิโคนได้ไหม

Last updated: 15 ส.ค. 2569  |  112880 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ซิลิโคนทำให้อุดตันไหม / Dimethicone อุดตันไหม / คนเป็นสิวใช้ซิลิโคนได้ไหม

ซิลิโคนในเครื่องสำอาง ทำให้สิวอุดตันจริงไหม? คนเป็นสิวต้องเลี่ยง Silicone หรือเปล่า

ถ้าคุณเป็นคนผิวมัน เป็นสิวง่าย หรือชอบอ่าน Ingredient List ก่อนซื้อสกินแคร์ น่าจะเคยเจอคำเตือนประมาณว่า

“อย่าใช้ครีมที่มีซิลิโคน เดี๋ยวอุดตัน”  หรือ  “Dimethicone เคลือบผิว ทำให้ผิวหายใจไม่ได้และเกิดสิว”

จนหลายคนเห็นคำว่า Dimethicone, Cyclopentasiloxane หรือชื่อที่ดูคล้าย Silicone ในส่วนผสม ก็วางผลิตภัณฑ์นั้นกลับทันที

แต่จริง ๆ แล้ว...

ซิลิโคนไม่ได้เท่ากับสารอุดตัน และการมี Silicone ในสูตรไม่ได้หมายความว่าผลิตภัณฑ์นั้นจะทำให้เกิดสิวเสมอไป
ซิลิโคนเป็นกลุ่มสารที่ใช้ในเครื่องสำอางมานาน มีหลายชนิดและหลายหน้าที่ ตั้งแต่ช่วยให้เนื้อครีมลื่น ช่วยปรับสัมผัสของผลิตภัณฑ์ สร้างฟิล์มบนผิว ไปจนถึงใช้เป็น Skin-conditioning ingredient

ดังนั้นก่อนจะโยนครีมทิ้งเพราะเห็นคำว่า Dimethicone เรามาทำความรู้จัก Silicone กันใหม่ค่ะ

 

ตอนที่ 1 Silicone ในเครื่องสำอางคืออะไร?
Silicones เป็นกลุ่มสารพอลิเมอร์ที่มีโครงสร้างหลักประกอบด้วย silicon และ oxygen สลับกัน และสามารถปรับโครงสร้างทางเคมีให้เกิด Silicone ได้หลากหลายชนิด

ในเครื่องสำอาง เราจึงไม่ได้มี “ซิลิโคนตัวเดียว”

แต่มี Silicone Ingredients จำนวนมาก เช่น

  • Dimethicone
  • Dimethiconol
  • Dimethicone Crosspolymer
  • Cyclopentasiloxane
  • Cyclohexasiloxane
  • Trimethylsiloxysilicate และอื่น ๆ


แต่ละชนิดมีคุณสมบัติไม่เหมือนกันทั้งหมด บางชนิดช่วยเรื่อง Skin Conditioning บางชนิดสร้างฟิล์ม บางชนิดช่วยปรับเนื้อสัมผัส และบางชนิดถูกใช้เพื่อเพิ่มความลื่นหรือช่วยให้เครื่องสำอางเกลี่ยง่าย

ตัวอย่างเช่น การประเมินของ Cosmetic Ingredient Review พบว่า Dimethicone Crosspolymers มีหน้าที่ได้หลายแบบ ทั้ง emollient, film former, slip modifier และ viscosity-increasing agent และประเมินว่าปลอดภัยภายใต้เงื่อนไขการใช้ในเครื่องสำอางที่ประเมินไว้

[ภาพประกอบที่ 1 : Silicone ไม่ได้มีตัวเดียว — Dimethicone / Dimethiconol / Crosspolymer / Cyclopentasiloxane ฯลฯ]

 

ตอนที่ 2 ทำไมเครื่องสำอางถึงชอบใส่ Silicone?

เหตุผลหนึ่งที่ Silicone ได้รับความนิยมมาก คือ สัมผัสของผลิตภัณฑ์

ลองนึกถึง Primer ที่ทาแล้วผิวรู้สึกลื่น เนียน รูขุมขนดูเบลอ หรือครีมที่ทาแล้วลื่นแต่ไม่รู้สึกมันเยิ้ม คุณสมบัติแบบนี้หลายครั้งมาจาก Silicone

Silicone สามารถช่วยให้ผลิตภัณฑ์

  • เกลี่ยง่ายขึ้น
  • ให้ผิวสัมผัสเรียบและลื่น
  • ลดความเหนอะหนะของสูตร
  • ช่วยสร้างฟิล์มบนผิว
  • ทำให้ Makeup กระจายตัวสม่ำเสมอ
  • ช่วยให้ผิวดูเรียบขึ้นชั่วคราว
  • ใช้เป็น Skin-conditioning ingredient
  • ช่วยปรับคุณสมบัติของเนื้อผลิตภัณฑ์


นี่จึงเป็นเหตุผลที่เราพบ Silicone ได้ตั้งแต่ Moisturizer → Sunscreen → Primer → Foundation → Concealer → Hair Care

ไม่ได้มีเฉพาะเครื่องสำอางราคาถูก และไม่ได้หมายความว่าผู้ผลิตใส่ Silicone เพราะต้องการลดต้นทุนเสมอไป แต่หลายครั้งมันถูกเลือกเพราะ คุณสมบัติทางสูตรตำรับของมันเหมาะกับผลิตภัณฑ์นั้น

 

ตอนที่ 3 Dimethicone ช่วยเรื่องความชุ่มชื้นได้ด้วยหรือ?

ได้ค่ะ โดยเฉพาะ Dimethicone ซึ่งถูกนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวจำนวนมาก

Dimethicone สามารถสร้างชั้นฟิล์มบาง ๆ บนผิวและมีคุณสมบัติเป็นทั้ง skin-conditioning agent และ emollient ช่วยให้ผิวสัมผัสเรียบขึ้น

จุดที่น่าสนใจคือ Silicone ไม่จำเป็นต้องให้ความรู้สึกมันเหมือนน้ำมันหรือ Petrolatum จึงเหมาะกับการพัฒนามอยส์เจอไรเซอร์ที่ต้องการความลื่นและช่วยเรื่อง Skin Barrier แต่ยังต้องการสัมผัสที่ค่อนข้างเบา

มีบทความทบทวนด้านผิวหนังระบุว่า Dimethicone ถูกใช้ใน moisturizer ในฐานะ occlusive/emollient และ artificial barrier และพบได้ในผลิตภัณฑ์ให้ความชุ่มชื้นที่ออกแบบมาสำหรับผู้มีปัญหาสิวด้วย

[ภาพประกอบที่ 2 : Dimethicone บนผิว — ฟิล์มบาง ๆ ช่วยให้ผิวเรียบและลดความรู้สึกแห้ง โดยไม่ใช่ “พลาสติกปิดรูขุมขน”]

 

ตอนที่ 4 แล้ว Silicone ทำให้ “ผิวหายใจไม่ได้” จริงไหม?

นี่เป็นหนึ่งในความเชื่อที่พบบ่อยมาก

คำว่า “Silicone เคลือบผิวจนผิวหายใจไม่ได้” ฟังดูน่ากลัว แต่จริง ๆ แล้วผิวหนังของเราไม่ได้หายใจรับออกซิเจนแบบปอด

เซลล์ผิวได้รับออกซิเจนจากระบบไหลเวียนเลือดเป็นหลัก ไม่ใช่การสูดออกซิเจนผ่านรูขุมขน และคำว่า Film-forming ก็ไม่ได้แปลว่า Silicone สร้างแผ่นพลาสติกทึบสนิทปิดผิว

Silicone แต่ละชนิดมีคุณสมบัติของฟิล์มแตกต่างกัน และ Dimethicone ถูกนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์เพื่อสร้าง barrier ที่ช่วยปกป้องผิวได้โดยไม่จำเป็นต้องให้สัมผัสมันเยิ้มแบบ occlusive บางชนิด

ดังนั้น “เคลือบผิว” ≠ “ปิดรูขุมขน” และ “สร้างฟิล์ม” ≠ “ทำให้ผิวหายใจไม่ได้”

สองเรื่องนี้ไม่ควรเอามาปนกัน

 

ตอนที่ 5 คำถามสำคัญที่สุด — Silicone ทำให้สิวอุดตันไหม?

คำตอบที่เหมาะสมกว่าการตอบว่า “ใช่” หรือ “ไม่ใช่” คือ

Silicone ไม่ควรถูกเหมารวมว่าเป็น Comedogenic Ingredient

โดยเฉพาะ Dimethicone ซึ่งมีการใช้แพร่หลายในผลิตภัณฑ์สำหรับผิวเป็นสิว และบทความทบทวนด้าน dermatology ระบุถึงคุณสมบัติ noncomedogenic ของ Dimethicone รวมถึงประโยชน์ในการช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและสนับสนุน Skin Barrier โดยไม่ให้ความมันเงาที่ผู้มีปัญหาสิวมักไม่ต้องการ

นอกจากนี้ การประเมินความปลอดภัยของ Silicone หลายกลุ่มโดย คณะกรรมการตรวจสอบส่วนผสมเครื่องสำอางสหรัฐอเมริกา (Cosmetic Ingredient Review หรือ CIR)  ก็สนับสนุนการใช้ในเครื่องสำอางตามเงื่อนไขและความเข้มข้นที่ประเมินไว้

ดังนั้นการเห็นคำว่า Dimethicone ใน Ingredient List เพียงคำเดียว ยังไม่เพียงพอที่จะสรุปว่า “ครีมตัวนี้ทำให้อุดตันแน่นอน”

[ภาพประกอบที่ 3 : MYTH vs FACT — “Silicone = อุดตัน” / ความจริง: ต้องดูทั้งสูตรและผิวแต่ละคน]

 

ตอนที่ 6 แล้วทำไมบางคนใช้ครีมที่มี Silicone แล้วสิวขึ้น?

คำถามนี้สำคัญมาก

เครื่องสำอางหนึ่งผลิตภัณฑ์อาจประกอบด้วยส่วนผสมหลายสิบชนิด นอกจาก Silicone แล้ว อาจมี

  • Emollients
  • Oils
  • Fatty alcohols
  • Esters
  • Waxes
  • Emulsifiers
  • Fragrance
  • Film-forming agents
  • Active Ingredients

รวมอยู่ในสูตรเดียวกัน

และที่สำคัญ สูตรตำรับของผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป มีความหมายมากกว่าการตัดสินจาก Ingredient เพียงตัวเดียว

ดังนั้นถ้าใช้ Moisturizer ตัวหนึ่งแล้วสิวขึ้น และบังเอิญพบ Dimethicone อยู่ในสูตร เราไม่สามารถสรุปทันทีว่า Dimethicone คือผู้ร้าย

อาจเป็นสูตรโดยรวมไม่เหมาะกับผิว หรืออาจเป็นส่วนผสมอื่น หรือบางครั้งสิวที่เกิดขึ้นอาจไม่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์นั้นเลย

 

ตอนที่ 7 คนผิวมันและเป็นสิวง่าย ใช้ Silicone ได้ไหม?

ใช้ได้ค่ะ ไม่จำเป็นต้องเลี่ยง Silicone ทุกชนิด
จริง ๆ แล้ว Silicone บางชนิดมีข้อดีสำหรับคนผิวมัน เพราะสามารถช่วยปรับสัมผัสผลิตภัณฑ์ให้ลื่นและไม่มันเหนอะหนะแบบน้ำมันบางประเภท

Dimethicone ยังถูกพบใน moisturizer ที่ออกแบบมาสำหรับผู้เป็นสิว และมีการใช้ร่วมกับผลิตภัณฑ์รักษาสิวเพื่อช่วยลดปัญหาความแห้งและระคายเคืองจากการรักษา

สิ่งที่คนเป็นสิวง่ายควรดูมากกว่าคำว่า “Silicone-free” คือ เนื้อผลิตภัณฑ์เหมาะกับผิวไหม? ใช้แล้วเกิดสิวซ้ำหรือไม่? มีส่วนผสมอื่นที่อาจไม่เหมาะกับเราหรือเปล่า? และ ผลิตภัณฑ์นั้นเหมาะกับการใช้งานของเราหรือไม่?

บางคนผิวมันอาจชอบ moisturizer เนื้อ silicone-based มากกว่าครีมที่มีน้ำมันสูงเสียอีก

 

ตอนที่ 8 Silicone ทำให้แพ้ไหม?

ต้องแยกคำว่า “แพ้” ออกจาก “ใช้แล้วเป็นสิว” เพราะเป็นคนละกระบวนการกัน

แพ้ (Allergic Contact Dermatitis)  มักมีอาการ เช่น คัน แดง บวม ผื่น แสบ หรือตุ่มน้ำในบางกรณี

ส่วนการเกิดสิวอุดตันจะเกี่ยวข้องกับการอุดตันของรูขุมขนและกระบวนการเกิด comedone

ดังนั้นถ้าใช้ครีมแล้วมีสิวหัวปิดขึ้น ไม่ควรเรียกทันทีว่า “แพ้ Silicone”

และในภาพรวม Silicone อย่าง Dimethicone ถือว่ามีความทนต่อผิวค่อนข้างดี ข้อมูลด้านความปลอดภัยของ Dimethicone และอนุพันธ์หลายกลุ่มสนับสนุนการใช้ในเครื่องสำอางภายใต้เงื่อนไขที่ประเมินไว้

แต่แน่นอนว่าไม่มีส่วนผสมเครื่องสำอางชนิดใดที่สามารถรับประกันได้ว่า คนทุกคนบนโลกจะไม่เกิดปฏิกิริยา

 

ตอนที่ 9 ต้อง Double Cleansing เพราะ Silicone หรือไม่?

การมี Silicone ไม่ได้แปลว่าทุกคนต้อง Double Cleanse สิ่งที่ควรพิจารณาคือ ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดที่อยู่บนใบหน้า

ถ้าวันนั้นใช้ กันแดดสูตรกันน้ำ รองพื้น ไพรเมอร์ คอนซีลเลอร์ หรือเมคอัพที่ติดทน  การใช้ Makeup Remover หรือ Cleansing Oil/Balm ก่อน แล้วตามด้วย Facial Cleanser อาจช่วยกำจัดผลิตภัณฑ์เหล่านี้ได้ง่ายขึ้น

แต่ถ้าใช้เพียง moisturizer ธรรมดาที่มี Dimethicone ก็ไม่ได้หมายความว่าต้องล้างสองขั้นตอนเพียงเพราะเห็นคำว่า Silicone

และในคนเป็นสิวง่าย การทำความสะอาดมากเกินไปจนผิวแห้งและระคายเคืองก็ไม่ได้เป็นผลดีต่อผิวเช่นกัน

ดังนั้น Double Cleansing ให้ดูจากสิ่งที่เราทาบนหน้า ไม่ใช่ดูจากคำว่า Silicone เพียงคำเดียว

Double Cleansing คืออะไร คลิกที่นี่

 

ตอนที่ 10 แล้ว “Silicone-free” ดีกว่าไหม?

ไม่จำเป็นค่ะ

Silicone-free เป็นข้อมูลเกี่ยวกับสูตรผลิตภัณฑ์ ไม่ใช่เครื่องหมายรับรองว่า

  • ไม่อุดตัน
  • ไม่แพ้
  • เหมาะกับคนเป็นสิว
  • หรือดีกว่าสูตรที่มี Silicone


ผลิตภัณฑ์ Silicone-free ยังสามารถมี Oils, Waxes, Esters หรือส่วนผสมอื่น ๆ ที่ผิวบางคนใช้แล้วไม่เหมาะได้

ในทางกลับกัน ผลิตภัณฑ์ที่มี Dimethicone อาจกลับเหมาะกับคนผิวมันและเป็นสิวง่ายบางคน เพราะเนื้อสัมผัสไม่มันและช่วยลดความแห้งจาก Active Ingredients ได้

ดังนั้นอย่าเลือกสกินแคร์จากคำว่า  “FREE FROM...” เพียงอย่างเดียว

ให้ดู ทั้งสูตร + สภาพผิว + ประสบการณ์ที่ผิวของเราตอบสนองต่อผลิตภัณฑ์นั้น

[ภาพประกอบที่ 4 : Silicone-free ≠ ไม่อุดตัน / มี Silicone ≠ อุดตัน]

 

ตอนที่ 11 อ่านฉลากอย่างไรว่าเป็น Silicone?

ชื่อที่พบได้บ่อย มักมีคำลงท้ายหรือองค์ประกอบชื่ออย่าง -cone, -conol, -siloxane หรือ -siloxysilicate เช่น

  • Dimethicone
  • Dimethiconol
  • Cyclopentasiloxane
  • Cyclohexasiloxane
  • Dimethicone Crosspolymer
  • Trimethylsiloxysilicate

อย่างไรก็แล้วแต่ ควรดูชื่อส่วนผสมเต็ม ๆ หลังฉลาก มากกว่าการจำคำลงท้าย (suffix)  เพียงอย่างเดียว เพราะชื่อวัตถุดิบเครื่องสำอางมีความหลากหลายมาก


ตอนที่ 12 สรุป — ต้องกลัว Silicone ในสกินแคร์ไหม?

ไม่จำเป็นค่ะ

Silicone เป็นกลุ่มส่วนผสมที่ถูกใช้ในเครื่องสำอางมายาวนานและมีประโยชน์หลายด้าน ทั้งการปรับเนื้อสัมผัส ทำให้ผลิตภัณฑ์เกลี่ยง่าย สร้างฟิล์ม ปรับสภาพผิว และช่วยให้สูตรมีสัมผัสที่ผู้ใช้ชอบ

โดยเฉพาะ Dimethicone มีข้อมูลสนับสนุนด้านการใช้เป็น Skin-conditioning ingredient และมีการใช้ในผลิตภัณฑ์สำหรับผิวเป็นสิวและผลิตภัณฑ์เพิ่มความชุ่มชื้นด้วย

สิ่งสำคัญคือ

  • Silicone ≠ Comedogenic โดยอัตโนมัติ
  • Film-forming ≠ ปิดรูขุมขน
  • เป็นสิวหลังใช้ผลิตภัณฑ์ ≠ แพ้ Silicone
  • และ Silicone-free ≠ รับประกันว่าไม่อุดตัน

ถ้าคุณเป็นคนเป็นสิวง่าย อย่าเพิ่งตัดผลิตภัณฑ์ออกจากตัวเลือกเพียงเพราะเห็น Dimethicone อยู่บนฉลาก

ให้พิจารณา สูตรผลิตภัณฑ์โดยรวม เนื้อสัมผัส ส่วนผสมอื่น และที่สำคัญที่สุดคือการตอบสนองของผิวเราเอง

เพราะสุดท้ายแล้ว... ผิวของเราไม่ได้ตอบสนองต่อคำว่า “Silicone-free” บนหน้ากล่อง แต่ตอบสนองต่อสูตรทั้งหมดที่เราทาลงบนผิวค่ะ

 

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้