Last updated: 3 ส.ค. 2569 | 10 จำนวนผู้เข้าชม |
หลายคนคิดว่า... วิตามินซี ก็คือวิตามินซี จะชนิดไหนก็เหมือนกัน
หากพูดถึงส่วนผสมที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในเครื่องสำอาง "วิตามินซี" คงเป็นชื่อแรก ๆ ที่หลายคนนึกถึง เพราะมีคุณสมบัติช่วยให้ผิวกระจ่างใส ลดฝ้า กระ จุดด่างดำ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และต้านอนุมูลอิสระ
แต่สิ่งที่หลายคนอาจยังไม่ทราบคือ วิตามินซีในเครื่องสำอางไม่ได้มีเพียงชนิดเดียว
ปัจจุบันมีการพัฒนาอนุพันธ์วิตามินซีหลายชนิด เพื่อแก้ปัญหาของวิตามินซีบริสุทธิ์ (L-Ascorbic Acid) ที่เสื่อมสภาพง่ายและอาจระคายเคืองผิวในบางคน
จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม เซรั่มวิตามินซีบางขวดราคาเพียงไม่กี่ร้อยบาท แต่บางขวดกลับมีราคาหลายพันบาท ทั้งที่บนฉลากเขียนว่า "Vitamin C" เหมือนกัน
บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักวิตามินซีแต่ละชนิด พร้อมข้อดี ข้อเสีย และระดับราคาของวัตถุดิบ เพื่อช่วยให้เลือกผลิตภัณฑ์ได้เหมาะกับผิวและงบประมาณของคุณ
วิตามินซีทำงานอย่างไร?
ก่อนจะพูดถึงชนิดของวิตามินซี เรามาทำความเข้าใจหน้าที่ของมันก่อน
วิตามินซีช่วยบำรุงผิวได้หลายด้าน เช่น
✔ ช่วยให้ผิวกระจ่างใส
✔ ลดเลือนฝ้า กระ และจุดด่างดำ
✔ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
✔ ลดเลือนริ้วรอย
✔ ต้านอนุมูลอิสระจากแสงแดดและมลภาวะ
นอกจากนี้ วิตามินซียังเป็น Reducing Agent (สารรีดิวซ์) ที่ช่วยเปลี่ยนเม็ดสีที่อยู่ในสภาวะออกซิไดซ์บางส่วนให้มีสีอ่อนลง จึงช่วยให้รอยดำ ฝ้า และกระค่อย ๆ ดูจางลงเมื่อใช้ต่อเนื่อง พร้อมทั้งช่วยยับยั้งการสร้างเม็ดสีใหม่ผ่านการลดการทำงานของเอนไซม์ Tyrosinase อีกด้วย
วิตามินซีแต่ละชนิดแตกต่างกันอย่างไร?
1. วิตามินซีต้นแบบ L-Ascorbic Acid (LAA) บางตำรา เรียก วิตามินซีบริสุทธิ์ ( Pure Vitamin C)
2. วิตามินซีอนุพันธ์ (Vitamin C Derivatives)
2.1 Magnesium Ascorbyl Phosphate (MAP)
2.2 Sodium Ascorbyl Phosphate (SAP)
2.3 Ascorbyl Glucoside (AA2G)
วิตามินซีที่ได้รับความนิยมในแบรนด์ญี่ปุ่น
2.4 Ascorbyl Tetraisopalmitate (ATIP)
วิตามินซีชนิดละลายในน้ำมัน ถือเป็นวิตามินซีระดับพรีเมียม
2.5 3-O-Ethyl Ascorbic Acid (EAA)
วิตามินซีรุ่นใหม่ที่ได้รับความนิยมมาก
2.7 Ascorbyl Phosphate Ester รุ่นใหม่
เป็นกลุ่มอนุพันธ์ที่พบในบางแบรนด์เฉพาะ
