Last updated: 26 ก.ย. 2569 | 19 จำนวนผู้เข้าชม |
ผู้เขียน เขียนบทความนี้ขึ้นมา เพราะส่วนตัวมีปัญหาไวต่อคาเฟอีน ขนาดกินตอนเช้า แต่ก็นอนไม่หลับในตอนกลางคืน และยังมีอาการใจสั่น กระสับกระส่าย ใจเต้นเร็ว เหงื่อออก
อาการเหล่านี้พอทนได้ แต่สิ่งที่ทำให้ต้องจริงจังและหาทางแก้ไข คือ อาการตกใจง่ายขณะขับรถ เกือบเกิดอุบัติเหตุหลายครั้ง
และตอนนี้ ผู้เขียนเองต้องเปลี่ยนมากินกาแฟ Decaf รวมถึงงด ชานม ชาเขียว เพราะเครื่องดื่มเหล่านี้ก็มีคาเฟอีนเช่นกัน
กาแฟ Decaf เป็นกาแฟคาเฟอีนต่ำ มีการสกัดเอาคาเฟอีนออกไปประมาณ 80-90% ราคาแพงกว่ากาแฟธรรมดา 3-4 เท่า น่าจะแพงเพราะค่าสกัด ^^
กาแฟ Decaf ที่ผู้เขียนทานอยู่ คือ Moccona ฉลากน้ำเงิน ราคาในห้าง 300กว่า บาท กดจากช้อปปี้ เหลือ 200 นิดๆ
ขวด 100 กรัม ขนาดใหญ่พอประมาณ ชงได้หลายสิบแก้ว กลิ่นไม่หอมเท่ากาแฟปกติ รสชาติไม่ต่างจากกาแฟปกติเท่าไหร่ค่ะ อาจเพราะผู้เขียนเองก็ไม่ใช่คนคอทอง คอเทพ ก็เลยแยกไม่ออก โดยรวมแล้ว ผู้เขียนคิดว่ารสชาติคล้ายลูกอมกาแฟโกปิโก้
“เส้นทางการออกฤทธิ์ของคาเฟอีน"
คาเฟอีนเข้าสู่ทางเดินอาหาร→ คาเฟอีนถูกดูดซึมเข้ากระแสเลือด → เข้าสมอง → จับตัวรับ → เปลี่ยนการทำงานของสารสื่อประสาท → เกิดอาการใจสั่น กระสับกระส่าย เหงื่อออก และนอนไม่หลับ”
คาเฟอีนเข้าไปทำอะไรในร่างกาย?
ในสมองของเรามีสารที่เรียกว่า อะดีโนซีน (Adenosine) สารตัวนี้จะค่อย ๆ เพิ่มขึ้นในระหว่างที่เราตื่นและใช้พลังงาน เมื่อมันไปจับกับตัวรับของมัน ก็จะช่วยส่งสัญญาณให้สมองลดความตื่นตัวลง
พูดง่าย ๆ ว่า
อะดีโนซีน = ระบบที่คอยบอกสมองว่า “เหนื่อยแล้ว พักได้แล้ว”
คาเฟอีนมีโครงสร้างที่สามารถเข้าไปแย่งจับกับตัวรับของอะดีโนซีน ได้ ทำให้อะดีโนซีนทำงานได้ยากขึ้น
ผลที่เกิดขึ้นคือ สมองได้รับสัญญาณ “ง่วง” น้อยลง เราจึงรู้สึก ตื่นตัว สดชื่น และไม่ง่วง หลังดื่มกาแฟ
แต่ในบางคน ผลของการกระตุ้นนี้อาจชัดเจนมากกว่าคนอื่น จึงเกิดความรู้สึก เช่น ใจเต้นเร็ว มือสั่น กระสับกระส่าย รู้สึกตื่นตัวมากเกินไป

คาเฟอีนอยู่ในร่างกายนานแค่ไหน?
ทำไมแต่ละคนจึงตอบสนองไม่เหมือนกัน?
1. ร่างกายกำจัดคาเฟอีนเร็วไม่เท่ากัน
หลังจากเราดื่มกาแฟ ร่างกายต้องค่อย ๆ เปลี่ยนและกำจัดคาเฟอีนออกที่ตับโดยใช้เอนไซม์บางชนิด
บางคนมีความแตกต่างทางพันธุกรรมที่ทำให้ร่างกาย กำจัดคาเฟอีนได้เร็วกว่า ขณะที่บางคนกำจัดได้ช้ากว่า
ถ้าคาเฟอีนอยู่ในร่างกายนานกว่า ก็มีโอกาสที่ฤทธิ์ของคาเฟอีนจะอยู่นานตามไปด้วย
นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่คนสองคนดื่มกาแฟปริมาณเท่ากัน แต่คนหนึ่งยังรู้สึกปกติ ในขณะที่อีกคนยังรู้สึกตื่นตัวไปจนถึงกลางคืน
2. “ตัวรับคาเฟอีน” ของแต่ละคนก็แตกต่างกัน
นอกจากร่างกายจะกำจัดคาเฟอีนเร็วหรือช้าแล้ว สมองของแต่ละคนก็มีความแตกต่างในการตอบสนองต่อคาเฟอีน
หนึ่งในปัจจัยที่นักวิทยาศาสตร์ศึกษาเกี่ยวข้องกับยีนชื่อว่า ADORA2A ซึ่งเกี่ยวข้องกับตัวรับอะดีโนซีน
พูดง่าย ๆ คือ บางคนอาจมีระบบประสาทที่ ตอบสนองต่อการกระตุ้นจากคาเฟอีนได้มากกว่า จึงรู้สึกถึงผลของกาแฟได้ชัดเจน แม้จะดื่มในปริมาณไม่มาก
3. ปริมาณคาเฟอีนที่ได้รับ
กาแฟแต่ละชนิดมีปริมาณคาเฟอีนไม่เท่ากัน รวมถึงขนาดแก้ว ความเข้มข้น และวิธีชงก็มีผล
ดังนั้น คนที่ไวต่อคาเฟอีนอาจรู้สึกถึงผลของกาแฟได้ตั้งแต่ปริมาณค่อนข้างน้อย ในขณะที่คนอื่นสามารถรับคาเฟอีนได้มากกว่าโดยไม่รู้สึกถึงอาการชัดเจน
ทำไมบางคนดื่มกาแฟทุกวันแล้ว “ชิน”?
ร่างกายสามารถเกิด ความเคยชินต่อคาเฟอีน (tolerance) ได้ หรือที่เราเรียกกันว่า ดื้อกาแฟ
เมื่อดื่มคาเฟอีนเป็นประจำ สมองจะปรับตัวด้วยการสร้างตัวรับอะดีโนซีนขึ้นมาใหม่ ทำให้คุณต้องเพิ่มปริมาณคาเฟอีนมากขึ้นเพื่อให้ได้ความรู้สึกตื่นตัวเท่าเดิม
วิธีรีเซ็ตความดื้อคาเฟอีน
ทิ้งท้ายก่อนจบ เสนอไอเดียชงกาแฟ decaf กินอร่อย นอนหลับ
รสชาติโอเค ร่างกายตื่นตัวพอประมาณ ใจไม่สั่น เหงื่อไม่ออก และนอนหลับปกติค่ะ ^^