คาเฟอีนออกฤทธิ์อย่างไร? ตั้งแต่จิบกาแฟจนทำให้ใจสั่น กระสับกระส่าย และนอนไม่หลับ

Last updated: 26 ก.ย. 2569  |  21 จำนวนผู้เข้าชม  | 

คาเฟอีนออกฤทธิ์อย่างไร? ตั้งแต่จิบกาแฟจนทำให้ใจสั่น กระสับกระส่าย และนอนไม่หลับ

ผู้เขียน เขียนบทความนี้ขึ้นมา เพราะส่วนตัวมีปัญหาไวต่อคาเฟอีน   ขนาดกินตอนเช้า แต่ก็นอนไม่หลับในตอนกลางคืน และยังมีอาการใจสั่น กระสับกระส่าย ใจเต้นเร็ว เหงื่อออก

อาการเหล่านี้พอทนได้ แต่สิ่งที่ทำให้ต้องจริงจังและหาทางแก้ไข คือ อาการตกใจง่ายขณะขับรถ  เกือบเกิดอุบัติเหตุหลายครั้ง 

และตอนนี้ ผู้เขียนเองต้องเปลี่ยนมากินกาแฟ Decaf รวมถึงงด ชานม ชาเขียว  เพราะเครื่องดื่มเหล่านี้ก็มีคาเฟอีนเช่นกัน

กาแฟ Decaf  เป็นกาแฟคาเฟอีนต่ำ  มีการสกัดเอาคาเฟอีนออกไปประมาณ 80-90%  ราคาแพงกว่ากาแฟธรรมดา 3-4 เท่า น่าจะแพงเพราะค่าสกัด ^^

กาแฟ Decaf ที่ผู้เขียนทานอยู่ คือ Moccona ฉลากน้ำเงิน ราคาในห้าง 300กว่า บาท กดจากช้อปปี้ เหลือ 200 นิดๆ

ขวด 100 กรัม ขนาดใหญ่พอประมาณ ชงได้หลายสิบแก้ว กลิ่นไม่หอมเท่ากาแฟปกติ  รสชาติไม่ต่างจากกาแฟปกติเท่าไหร่ค่ะ  อาจเพราะผู้เขียนเองก็ไม่ใช่คนคอทอง คอเทพ ก็เลยแยกไม่ออก   โดยรวมแล้ว ผู้เขียนคิดว่ารสชาติคล้ายลูกอมกาแฟโกปิโก้


“เส้นทางการออกฤทธิ์ของคาเฟอีน"

คาเฟอีนเข้าสู่ทางเดินอาหาร→ คาเฟอีนถูกดูดซึมเข้ากระแสเลือด → เข้าสมอง → จับตัวรับ → เปลี่ยนการทำงานของสารสื่อประสาท → เกิดอาการใจสั่น กระสับกระส่าย เหงื่อออก และนอนไม่หลับ” 

คาเฟอีนเข้าไปทำอะไรในร่างกาย?

ในสมองของเรามีสารที่เรียกว่า อะดีโนซีน (Adenosine)  สารตัวนี้จะค่อย ๆ เพิ่มขึ้นในระหว่างที่เราตื่นและใช้พลังงาน เมื่อมันไปจับกับตัวรับของมัน ก็จะช่วยส่งสัญญาณให้สมองลดความตื่นตัวลง

พูดง่าย ๆ ว่า

อะดีโนซีน = ระบบที่คอยบอกสมองว่า “เหนื่อยแล้ว พักได้แล้ว”

คาเฟอีนมีโครงสร้างที่สามารถเข้าไปแย่งจับกับตัวรับของอะดีโนซีน ได้ ทำให้อะดีโนซีนทำงานได้ยากขึ้น

ผลที่เกิดขึ้นคือ สมองได้รับสัญญาณ “ง่วง” น้อยลง เราจึงรู้สึก ตื่นตัว สดชื่น และไม่ง่วง หลังดื่มกาแฟ

แต่ในบางคน ผลของการกระตุ้นนี้อาจชัดเจนมากกว่าคนอื่น จึงเกิดความรู้สึก เช่น ใจเต้นเร็ว มือสั่น กระสับกระส่าย รู้สึกตื่นตัวมากเกินไป

 

คาเฟอีนอยู่ในร่างกายนานแค่ไหน?

  • 15 – 45 นาทีแรก (ช่วงดีด): คาเฟอีนพุ่งขึ้นระดับสูงสุดในเลือด สมองตื่นตัวเต็มที่ ตาสว่าง  ใจเต้นเร็วขึ้น
  • 3 – 5 ชั่วโมง (ช่วงครึ่งชีวิต / Half-Life) : คาเฟอีนจะถูกตับทำลายไปได้แค่ครึ่งเดียวเท่านั้น แปลว่าถ้าเรากินกาแฟตอนบ่าย 3 โมง (มีคาเฟอีน 100 มก.) พอถึง 2 ทุ่ม ในร่างกายก็ยังมีคาเฟอีนเหลืออยู่ถึง 50 มก. ซึ่งมากพอที่จะกวนการนอนได้ 
  • 6 – 10 ชั่วโมง (ช่วงหมดฤทธิ์) : ร่างกายถึงจะกำจัดคาเฟอีนออกไปจนเกือบหมด

 

ทำไมแต่ละคนจึงตอบสนองไม่เหมือนกัน?

1. ร่างกายกำจัดคาเฟอีนเร็วไม่เท่ากัน

หลังจากเราดื่มกาแฟ ร่างกายต้องค่อย ๆ เปลี่ยนและกำจัดคาเฟอีนออกที่ตับโดยใช้เอนไซม์บางชนิด

บางคนมีความแตกต่างทางพันธุกรรมที่ทำให้ร่างกาย กำจัดคาเฟอีนได้เร็วกว่า ขณะที่บางคนกำจัดได้ช้ากว่า

ถ้าคาเฟอีนอยู่ในร่างกายนานกว่า ก็มีโอกาสที่ฤทธิ์ของคาเฟอีนจะอยู่นานตามไปด้วย

นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่คนสองคนดื่มกาแฟปริมาณเท่ากัน แต่คนหนึ่งยังรู้สึกปกติ ในขณะที่อีกคนยังรู้สึกตื่นตัวไปจนถึงกลางคืน

2. “ตัวรับคาเฟอีน” ของแต่ละคนก็แตกต่างกัน

นอกจากร่างกายจะกำจัดคาเฟอีนเร็วหรือช้าแล้ว สมองของแต่ละคนก็มีความแตกต่างในการตอบสนองต่อคาเฟอีน

หนึ่งในปัจจัยที่นักวิทยาศาสตร์ศึกษาเกี่ยวข้องกับยีนชื่อว่า ADORA2A ซึ่งเกี่ยวข้องกับตัวรับอะดีโนซีน

พูดง่าย ๆ คือ บางคนอาจมีระบบประสาทที่ ตอบสนองต่อการกระตุ้นจากคาเฟอีนได้มากกว่า จึงรู้สึกถึงผลของกาแฟได้ชัดเจน แม้จะดื่มในปริมาณไม่มาก

3. ปริมาณคาเฟอีนที่ได้รับ

กาแฟแต่ละชนิดมีปริมาณคาเฟอีนไม่เท่ากัน รวมถึงขนาดแก้ว ความเข้มข้น และวิธีชงก็มีผล

ดังนั้น คนที่ไวต่อคาเฟอีนอาจรู้สึกถึงผลของกาแฟได้ตั้งแต่ปริมาณค่อนข้างน้อย ในขณะที่คนอื่นสามารถรับคาเฟอีนได้มากกว่าโดยไม่รู้สึกถึงอาการชัดเจน

ทำไมบางคนดื่มกาแฟทุกวันแล้ว “ชิน”?

ร่างกายสามารถเกิด ความเคยชินต่อคาเฟอีน (tolerance) ได้ หรือที่เราเรียกกันว่า ดื้อกาแฟ

เมื่อดื่มคาเฟอีนเป็นประจำ สมองจะปรับตัวด้วยการสร้างตัวรับอะดีโนซีนขึ้นมาใหม่ ทำให้คุณต้องเพิ่มปริมาณคาเฟอีนมากขึ้นเพื่อให้ได้ความรู้สึกตื่นตัวเท่าเดิม


วิธีรีเซ็ตความดื้อคาเฟอีน

  • ค่อย ๆ ลดหรือหยุดดื่ม: ลดปริมาณการดื่มลงทีละน้อย หรือหยุดดื่มอย่างสิ้นเชิงเป็นเวลาประมาณ 7 ถึง 10 วัน เพื่อให้ร่างกายล้างคาเฟอีนออกและปรับจำนวนตัวรับในสมองให้กลับมาเป็นปกติ

  • รับมือกับอาการถอนยา: ในช่วงที่รีเซ็ต คุณอาจพบผลข้างเคียงชั่วคราว เช่น อาการปวดหัว อ่อนเพลีย และหงุดหงิดง่าย  พอเขียนถึงข้อนี้ ทำให้ย้อนนึกถึงตอนที่โควิดระบาด ก่อนรับวัคซีน หมอแนะนำให้พักผ่อนให้เพียงพอ งดดื่ม ชา กาแฟ เพราะรบกวนการนอน พอไปรับวัคซีนมาเสร็จ กลับถึงบ้าน มีอาการปวดหัว อ่อนเพลีย หลายคนตระหนกตกใจ คิดว่าเป็นผลข้างเคียงของวัคซีน พอได้ดื่มกาแฟเท่านั้นแหละ หายเป็นปลิดทิ้ง ถึงบางอ้อ อ้าว  ที่แท้ ร่างกายต้องการคาเฟอีน

  • ดื่มแบบสลับวัน (Cycle): ป้องกันไม่ให้ร่างกายดื้อคาเฟอีนเร็วเกินไป โดยการเว้นไม่ดื่มบางวัน หรือเก็บไว้ดื่มเฉพาะในวันที่จำเป็นต้องใช้พลังงานจริง ๆ

     

ทิ้งท้ายก่อนจบ เสนอไอเดียชงกาแฟ decaf กินอร่อย นอนหลับ

  1. กาแฟ1-2ช้อนชา
  2. ครีมเทียม 2 ช้อนชา
  3. น้ำตาลทราย2ช้อนชา
  4. น้ำร้อน100 มล.
  5. เติมนมสดเพิ่มได้ถ้าชอบ

รสชาติโอเค ร่างกายตื่นตัวพอประมาณ ใจไม่สั่น เหงื่อไม่ออก  และนอนหลับปกติค่ะ ^^

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้