Last updated: 23 ก.ย. 2569 | 17 จำนวนผู้เข้าชม |
กาแฟ Decaf ทางเลือกสำหรับคนไวต่อคาเฟอีน แต่ยังอยากดื่มกาแฟ
สำหรับหลายคน “กาแฟ” ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องดื่มที่ช่วยให้ตื่นตัวในตอนเช้า แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรประจำวัน ทั้งกลิ่นหอม รสชาติ และช่วงเวลาพักระหว่างวัน
แต่สำหรับบางคน การดื่มกาแฟเพียงหนึ่งแก้วกลับมาพร้อมอาการที่ไม่ค่อยน่าพึงใจ โดยเฉพาะคนที่มีความไวต่อคาเฟอีน เช่น
️✅ เหงื่อออกมากขึ้น โดยเฉพาะบริเวณรักแร้ ฝ่ามือ หรือทั่วตัว
️✅ ใจเต้นเร็ว / ใจสั่น
️✅ กระสับกระส่าย หงุดหงิด หรือรู้สึกอยู่ไม่สุข
️✅ มือสั่น
️✅ รู้สึกคล้ายมีความกังวล
️✅ นอนหลับยาก โดยเฉพาะเมื่อดื่มช่วงบ่ายหรือเย็น
หากยังอยากดื่มกาแฟแต่ไม่อยากได้รับคาเฟอีนมากเหมือนกาแฟทั่วไป “กาแฟ Decaf” อาจเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจค่ะ
กาแฟ Decaf คืออะไร?
Decaf ย่อมาจาก Decaffeinated Coffee หมายถึงกาแฟที่ผ่านกระบวนการลดปริมาณคาเฟอีนออกจากเมล็ดกาแฟ ก่อนนำไปคั่วและชงเป็นเครื่องดื่ม
อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่ควรรู้คือ Decaf ไม่ได้หมายความว่า ไม่มีคาเฟอีนเลย
โดยทั่วไปกาแฟ Decaf ยังคงมีคาเฟอีนหลงเหลืออยู่ในปริมาณเล็กน้อย เนื่องจากกระบวนการผลิตไม่สามารถกำจัดคาเฟอีนออกได้ทั้งหมด ปริมาณที่เหลือขึ้นอยู่กับ 1.ชนิดของเมล็ดกาแฟ 2.วิธีการ Decaf 3.ขนาดเสิร์ฟ และ 4.วิธีการชง
ดังนั้น หากคุณเป็นคนที่ “ไวต่อคาเฟอีน” Decaf อาจช่วยลดการได้รับคาเฟอีนลงได้มาก แต่ไม่ควรเข้าใจว่าเป็นกาแฟที่ปราศจากคาเฟอีนโดยสิ้นเชิง
กาแฟ Decaf ทำอย่างไรให้คาเฟอีนลดลง?
การทำ Decaf จะนำเมล็ดกาแฟไปผ่านกระบวนการที่ช่วยดึงคาเฟอีนออก โดยมีหลายวิธี เช่น
1. Water Process
ใช้กระบวนการที่เกี่ยวข้องกับน้ำในการแยกคาเฟอีนออกจากเมล็ดกาแฟ วิธีนี้มักถูกพูดถึงในชื่อ Swiss Water Process ซึ่งเป็นหนึ่งในกระบวนการที่ผู้บริโภคคุ้นเคย
2. Solvent Process
ใช้สารตัวทำละลายบางชนิดเพื่อช่วยแยกคาเฟอีนออกจากเมล็ดกาแฟ จากนั้นจึงผ่านกระบวนการต่าง ๆ เพื่อให้เหมาะสำหรับการนำไปคั่วและบริโภค
3. Carbon Dioxide Process
ใช้คาร์บอนไดออกไซด์ภายใต้สภาวะที่เหมาะสมเพื่อช่วยดึงคาเฟอีนออกจากเมล็ดกาแฟ
แต่ละกระบวนการมีรายละเอียดและข้อดีแตกต่างกัน และการเลือกวิธี Decaf ไม่ได้เป็นตัวชี้วัดเพียงอย่างเดียวว่ากาแฟชนิดนั้นจะมีรสชาติดีหรือเหมาะกับใคร
Decaf รสชาติเหมือนกาแฟปกติไหม?
หลายคนอาจมีความเข้าใจว่า “กาแฟ Decaf คงไม่อร่อยเท่ากาแฟปกติ”
แต่ในปัจจุบันกาแฟ Decaf มีให้เลือกหลากหลายมากขึ้น ทั้งเมล็ดกาแฟแบบ Specialty Coffee และกาแฟสำหรับชงที่บ้าน
รสชาติของ Decaf ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น
ดังนั้น Decaf ที่ดีไม่จำเป็นต้องมีรสชาติ “จืด” หรือ “เหมือนกาแฟไม่มีคาเฟอีน” อย่างที่หลายคนคิด
หากเลือกเมล็ดที่เหมาะกับรสนิยมและใช้วิธีชงที่เหมาะสม ก็สามารถดื่มเพื่อสัมผัสรสชาติและกลิ่นหอมของกาแฟได้เช่นกัน
Decaf เหมาะกับใครบ้าง?
1. คนที่ไวต่อคาเฟอีน
หากดื่มกาแฟปริมาณไม่มากก็รู้สึกใจสั่นหรือตื่นตัวมากเกินไป การเลือก Decaf อาจช่วยลดคาเฟอีนที่ได้รับ
2. คนที่อยากดื่มกาแฟช่วงบ่าย
สำหรับคนที่ชอบรสชาติและกลิ่นของกาแฟ แต่ไม่อยากได้รับคาเฟอีนมากในช่วงบ่าย Decaf เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง
3. คนที่ชอบกาแฟ แต่ไม่ต้องการฤทธิ์กระตุ้นมาก
บางคนไม่ได้ต้องการดื่มกาแฟเพื่อเพิ่มความตื่นตัว แต่อยากดื่มเพราะชอบรสชาติและบรรยากาศของการดื่มกาแฟ
ตัวอย่างกาแฟ Decaf ที่ได้รับความนิยมในประเทศไทย