หน้าคล้ำตอนบ่าย รองพื้นเปลี่ยนสี เกิดจากอะไร

Last updated: 8 ส.ค. 2569  |  56472 จำนวนผู้เข้าชม  | 

หน้าคล้ำตอนบ่าย รองพื้นเปลี่ยนสี เกิดจากอะไร

แต่งหน้าเสร็จใหม่ๆก็ดูสวยเนียนแต่ผ่านไปไม่ถึง 2 ชั่วโมง หน้ากลับหมองคล้ำขึ้นอีก 2-3 เฉด พยายามลองเปลี่ยนรองพื้นหลายยี่ห้อก็ไม่ช่วย  สาเหตุเกิดจากปฏิกิริยาที่เรียกว่า ออกซิเดชั่น ของรองพื้นเมื่อเจอกับน้ำมันบนผิวและออกซิเจนในอากาศ คล้ายแอบเปิ้ลที่ปอกไว้สักพักจะกลายเป็นสีน้ำตาล

อาการรองพื้นเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน (Oxidation) หรือที่คนไทยเรียกกันว่า "รองพื้นดรอป" คือการที่สีของรองพื้นเปลี่ยนไปหลังจากทาลงบนผิวไปแล้วสักพัก โดยมักจะค่อยๆ เข้มขึ้น หมองลง หรือเปลี่ยนเป็นสีอมส้มโทนอุ่นในช่วงสายหรือช่วงบ่าย


ภาพเปรียบเทียบสีรองพื้น : (ซ้าย) ทาใหม่  และ (ขวา) หลังเกิดการออกซิเดชั่น (pic. from internet)

สาเหตุหลักของการเกิด Oxidation ตอนบ่าย

ปฏิกิริยากับน้ำมันบนผิว: น้ำมันธรรมชาติ (Sebum) ที่ผิวขับออกมามากเป็นพิเศษในช่วงบ่าย จะเข้าไปทำปฏิกิริยากับเม็ดสีและส่วนผสมในรองพื้น ทำให้สีเปลี่ยนไป

สกินแคร์และครีมกันแดด: ครีมบำรุงหรือกันแดดที่มีเนื้อเบสเป็นน้ำมัน (Oil-based) หากยังไม่เซ็ตตัวดีแล้วทารองพื้นทับ น้ำมันเหล่านั้นจะเร่งให้รองพื้นดรอปเร็วขึ้น

ความเป็นกรด-ด่าง (pH) ของผิว: ผิวของแต่ละคนมีค่า pH ที่ต่างกัน เมื่อสารเคมีในรองพื้นสัมผัสกับค่า pH บนผิวและออกซิเจนในอากาศ จึงทำให้สีเพี้ยนไปจากตอนที่บีบออกมาใหม่ๆ

️ วิธีป้องกันและแก้ไขไม่ให้หน้าหมองระหว่างวัน

  • เลือกเฉดสีที่สว่างกว่าผิวจริง 1 เฉด: หากรู้ว่ารองพื้นรุ่นที่ใช้มักจะดรอป ให้เลือกสีที่สว่างกว่าผิวเล็กน้อย เมื่อตกบ่ายสีจะดรอปลงมาพอดีกับสีผิวจริง
  • ใช้ไพร์เมอร์สูตรคุมมัน: การลงไพร์เมอร์คุมมันก่อนทารองพื้น จะช่วยสร้างเกราะกั้นไม่ให้น้ำมันบนผิวไหลออกมาผสมกับรองพื้นโดยตรง
  • เว้นระยะให้สกินแคร์เซ็ตตัว: หลังจากทาครีมบำรุงและกันแดด ควรรอประมาณ 3–5 นาที ให้ซึมเข้าผิวจนแห้งสนิทก่อนเริ่มลงรองพื้น
  • เซ็ตผิวด้วยแป้งฝุ่นโปร่งแสง: ใช้แป้งโปร่งแสง (Translucent Powder) ซับความมันส่วนเกินและล็อกรองพื้นให้อยู่ตัว โดยไม่ทำให้สีของรองพื้นเปลี่ยนไปอีก
  • ผสมเบสเขียวเพื่อลดโทนส้ม: หากรองพื้นดรอปแล้วออกสีส้มแดง การผสมเบสสีเขียวลงไปเล็กน้อยจะช่วยตัดโทนอุ่น และช่วยให้ผิวดูสว่างผ่องขึ้น
  • ใช้กระดาษซับมันระหว่างวัน
  •  ปรับ pH บนผิวให้อยู่ในสภาวะกรดอ่อนๆ เช่น การใช้โทนเนอร์ที่มี pH พอดีกับผิว ประมาณ 5.5  เพราะผิวที่เป็นกรดมากเกินไปจะไปเร่งปฏิกิริยาทำให้รองพื้นเปลี่ยนสีเร็วขึ้น 
  • ผลัดเซลล์ผิวอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เซลล์ผิวด้านล่างที่เรียบนุ่มและชุ่มชื้นกว่าขึ้นมาแทนที่ผิวเก่า เมื่อผิวชุ่มชื้นพอดี เนินผิวจะแคบ ร่องผิวจะลึก ทำให้กระบวนการส่งน้ำมันใต้ผิวขึ้นมาฉาบผิวด้านบนเกิดขึ้นได้ช้าลง  

รูปด้านล่างแสดงให้เห็นถึงระยะห่างระหว่าง ร่องผิว และ เนินผิว ของผิว 2แบบ

1.ผิวหยาบ มันเร็ว : ร่องผิวตื้น น้ำมันขึ้นมาฉาบผิวเร็ว
2.ผิวละเอียด มันช้า : ร่องผิวลึก น้ำมันขึ้นมาฉาบผิวช้า  แต่งหน้าได้ติดทนและดรอปน้อย

 

ฝากไว้ตอนท้าย

การดูแลผิวให้อยู่ในสมดุลของน้ำและน้ำมัน จะทำให้ผิวมีสุขภาพดี รูขุมขนกระชับ ทาแป้งได้เนียน ติดหน้า และหน้ามันช้าลง การแต่งหน้าก็จะง่ายและสวยตลอดวันค่ะ

แล้วพบกันใหม่ในบทความต่อไปนะคะ

 

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้