ไขข้อข้องเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ฟาร์ริสก่อนซื้อ

2382 จำนวนผู้เข้าชม  |  นานาสาระ สำหรับผิวสวย

ไขข้อข้องเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ฟาร์ริสก่อนซื้อ

ร้านเขียนหน้านี้ขึ้นมาจากใจ เขียนก่อนที่ธุรกิจจะเป็นรูปเป็นร่าง โปรดอย่าคัดลอกไปใส่เว็บตัวเอง เขียนใหม่เองเถอะค่ะ 

 

1. สินค้าของ Pharmabeautycare แตกต่างจากที่อื่นอย่างไร

- ทุกสูตรผ่านการผลิตจากโรงงานมาตรฐาน 
  • ผลิตภัณฑ์ของเราผลิตจากโรงงานเครื่องสำอางที่ได้มาตรฐาน GMP, ISO เป็นโรงงานที่ได้รับความไว้วางใจจากโรงพยาบาลและคลิกนิกชั้นนำในประเทศ
  • สินค้ามากกว่า 70% เป็นสูตรเฉพาะที่เราสั่งผลิตพิเศษและผ่านการทดสอบประสิทธิภาพจากการใช้เอง ลูกค้า จนมั่นใจว่ามีคุณภาพ ดีจริง
  • สินค้าประมาณ 30% เป็นสูตรมาตรฐานจากหลายผู้ผลิตชั้นนำ ที่ได้รับการตอบรับดี มียอดจำหน่ายสูงสุดของบริษัท
  • ผลิตภัณฑ์ฟาร์ริสทุกรายการ ใช้ได้ผลจริง ไม่ต้องสุ่มลองสินค้า เปลี่ยนร้านไปเรื่อยๆ --> เปลืองเวลา เปลืองเงิน และเสี่ยง


- คัดเลือกสินค้าลงร้านโดยคำนึงถึง

  • สาเหตุของปัญหาผิวแต่ละประเภท  กลไกการออกฤทธิ์ของส่วนประกอบเพื่อการแก้ไขปัญหาผิวอย่างตรงจุด เพราะสภาพผิว/ประวัติการใช้ครีมที่ผ่านมา/กิจวัตร การดูแลผิว มีผลต่อการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์
  • ประสิทธิภาพ และความปลอดภัยของส่วนประกอบ  สินค้าทุกตัวใช้ส่วนประกอบที่ปลอดภัย ส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ของร้านมีทั้งที่มาจากธรรมชาติและจากการสังเคราะห์ผสมกัน ซึ่งแน่นอนว่าครีมหรือผลิตภัณฑ์บำรุงผิวทุกอย่างในโลกนี้ล้วนมีส่วนผสมไม่ต่างจากนี้แน่นอน และที่สำคัญ เราไม่ใช้ “ ความเป็นธรรมชาติเป็นจุดขาย” เพราะความจริงคือ ไม่มีครีมที่ไหนในโลกนี้ที่จะผสมสารจากธรรมชาติล้วนๆ แล้วจะมาผสมเป็นครีมบรรจุเสร็จขายได้  และการบอกว่าครีมสมุนไพรใช้แล้วไม่แพ้เป็นความเข้าใจที่ผิด ความจริงคือ ไม่ว่าส่วนผสมจะมาจากการสังเคราะห์หรือมาจากธรรมชาติ ก็แพ้ได้เหมือนกัน
  • ความครบถ้วนของส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์ที่จะช่วยแก้ไขปัญหาผิว ทั้ง ริ้วรอย สิวอุดตัน ฝ้า ผิวแพ้ง่าย  ปัญหาผิวแต่ละอย่างต้องการส่วนผสมที่แตกต่างกันออกไป อย่างผิวรอบดวงตา จะมีปัญหาดำ คล้ำ บวม รอยย่น ส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์ก็ต้องตอบโจทย์ทุกปัญหาที่จะเกิดขึ้นกับดวงตาหรือปัญหา  ที่อาจจะเกิดจากหลายสาเหตุ ผลิตภัณฑ์บางตัวอาจจะไม่สามารถขจัดสาเหตุการเกิดได้ครบ แต่การมิกซ์ผลิตภัณฑ์หลายตัวร่วมกันก็เป็นทางออกที่ดีได้
  • ผลิตภัณฑ์ฟาร์ริสทุกรายการ ใส่ active ใน % ที่เห็นผลและปลอดภัย ไม่ขัดต่อประกาศกระทรวงสาธารณสุข


- สินค้าทุกชิ้นมีรายละเอียดฉลากครบถ้วนตามที่ อย.กำหนด

  • สินค้าทุกชิ้นมีรายละเอียดบนฉลากถูกต้องตามที่ อย.กำหนด 
  • ไม่มีการปกปิดชื่อผู้ผลิตเพื่อประโยชน์ของตนเอง
  • ไม่ปกปิดส่วนผสม
  • เรากล้าการันตีว่าเราเป็นหนึ่งในเจ้าของผลิตภัณฑ์บำรุงผิวในกลุ่ม แบรนด์ตัวเอง ที่ให้ข้อมูลบนฉลากได้ครบถ้วนที่สุด
  • ผลิตภัณฑ์ฟาร์ริสทุกรายการ มีฉลากถูกต้องตามที่ อย.กำหนด ใช้และขายต่อได้อย่างมั่นใจ


- จำหน่ายในราคาย่อมเยา  เป็นธรรม พร้อมบริการก่อนและหลังการขาย มีนโยบายการเปลี่ยนหรือคืนกรณีสินค้าชำรุด

  • เราจำหน่ายสินค้าในราคาที่ลูกค้าเอื้อมถึง มีกำลังในการซื้อไปใช้และขายต่อได้
  •  มีนโยบายการเปลี่ยนหรือคืนสินค้าชัดเจน
  • ตอบคำถามปัญหาผิวโดยเภสัชกรทุกคำถาม
  • ผลิตภัณฑ์ฟาร์ริสราคาย่อมเยา บริการดี มีนโนบายการรับเปลี่ยนหรือคืนสินค้า
 
2. สินค้าของที่นี่ ใช้ร่วมกับของที่อื่น  ได้หรือเปล่าคะ ?

แยกตอบเป็น 2 ประเด็นนะคะ

ประเด็นที่ 1. สินค้าของเราใช้ร่วมกับของที่อื่นได้ เพราะครีมของเราปลอดภัยทุกตัว  ขอให้ครีมของที่อื่นที่ท่านใช้อยู่ เป็นครีมที่ปลอดภัย ไม่มีส่วนผสมของสารอันตราย ก็สามารถใช้ร่วมกับครีมของร้านเรา หรือแม้แต่ครีมของร้านอื่นๆได้ทั้งหมด จะรู้ได้อย่างไรว่าครีมที่ท่านใช้อยู่ปลอดภัย  อันนี้เราคงตอบให้ไมได้ ผู้ใช้ควรจะเป็นผู้ที่รู้ดีที่สุด ถ้าเราบอกว่าครีมเราใช้ร่วมกับที่อื่นไม่ได้ คงจะโหดร้ายเกินไป ถ้าวันใดวันหนึ่งฟาร์มาบิวตี้แคร์เกิดปิดตัวเองลงไป สงสัยสมาชิกเราคงขี้เหร่กันหมดแน่ๆค่ะ ดังนั้น ขอยืนยันคำเดิมคือ  สินค้าของเราใช้ร่วมกับของที่อื่นได้ค่ะ
สำหรับผู้ที่ใช้ครีมอื่นๆอยู่แล้ว และอยากจะเสริมด้วยครีมของเรา สามารถขอคำแนะนำเพิ่มได้ ว่าควรจะเลือกตัวไหน จะได้ไม่ซ้ำกับตัวเดิม โดยลูกค้าต้องสามารถบอกส่วนผสมของครีมนั้นๆได้ว่ามีอะไรบ้าง หากครีมนั้นเป็นครีมที่ขายบนเนต แล้วไม่มีรายละเอียดส่วนผสมบอก ทางร้านคงไม่สามารถให้คำแนะนำอะไรได้


ประเด็นที่ 2. ต่อเนื่องมาจากประเด็นที่ 1 คือ  ท่านต้องสอบถามเจ้าของครีมที่ท่านใช้อยู่ด้วยว่าจะใช้ร่วมกับของร้านอื่นได้หรือไม่ เพราะสินค้าบางร้านมีข้อห้ามว่า ห้ามใช้ปนกับของที่อื่น ถ้าเป็นเช่นนี้ สินค้าของฟาร์มาบิวตี้แคร์ คงไม่สามารถใช้ปนกับครีมเดิมของท่านได้

 

3. ทำไมสินค้าที่นี่ดูเหมือนมีแต่สารเคมี ไม่เน้นสมุนไพรเหมือนร้านอื่นๆ?
  • ครีมของร้านเรามีส่วนผสมที่เป็นสารสกัดธรรมชาติและสารสังเคราะห์ผสมกัน และครีมที่อื่นๆ ไม่ว่าร้านไหนก็เป็นแบบนี้
  • เครื่องสำอางบรรจุเสร็จจากธรรมชาติ 100% เราไม่มีค่ะ และไม่มีที่ไหนมีให้ท่านเช่นกัน
  • ถ้าร้านไหนบอกว่าครีมของเขาผสมสารสกัดธรรมชาติ 100% ..... ขอบอกว่าไม่เป็นความจริง

คำอธิบาย : ในโลกนี้ไม่มีเครื่องสำอางที่ไหนสามารถผลิตจากธรรมชาติร้อยเปอร์เซ็นต์  ครีมทุกอย่างล้วนมีสารเคมีเป็นส่วนผสม  ไม่ว่าจะอยู่ในรูปครีม เซรั่ม เจล โลชั่น โทนเนอร์ ก็ต้องมี เบส และ สารช่วย และ แอคทีฟ เพื่อให้ขึ้นรูปเป็นเนื้อที่ต้องการได้ เบสและสารช่วยเหล่านั้นเป็นสารเคมี

หลายคนอ่านแล้วอาจจะงง ว่าเบสและสารช่วยมันคืออะไร ก็ขอยกตัวอย่างให้เห็นชัดเจนจากเครื่องสำอางใจชีวิตประจำวัน โดยลองไปหยิบกล่องเครื่องสำอางมาสัก  1 อย่าง ขอให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่ให้รายละเอียดตรงตาม อย.กำหนด แบรนด์ในท้องตลาดก็ได้ เช่น นีเวีย พอนดส์ โอเลย์ ฯลฯ  จากนั้นให้ดูรายละเอียดในหัวข้อ ส่วนผสม หรือ ingredients  จะเห็นส่วนผสมอันยาวเหยียด อ่านออกบ้างไม่ออกบ้าง ส่่วนแรกๆ จะเป็นชื่อสารต่างๆ อ่านยากอยู่เหมือนกัน เพราะเป็นชื่อโครงสร้างทางเคมี บอกหมู่ function บอกตำแหน่งคาร์บอน ห้อยระโยงระยางไปหมด ส่วนท้ายๆจะมีชื่อสารสกัดจากธรรมชาติเป็นส่วนผสมห้อยอยู่ประมาณ 4-5 ตัว บางยี่ห้ออาจจะมากกว่านั้น

การเรียงลำดับส่วนผสมดังกล่าว เป็นการเรียงตามความเข้มข้นหรือปริมาณที่อยู่ในครีม ชื่อสารเคมีต่างๆที่ยาวเหยียดคือเบส สารช่วย สารกันเสีย  ส่วนสารสกัดธรรมชาติจะห้อยอยู่ท้ายๆ ซึ่งก็หมายความว่า ปริมาณความเข้มข้นของสารสกัดธรรมชาติที่เขาใส่ๆกันลงไป ถือได้ว่ามีสัดส่วนเพียงเล็กน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับส่วนผสมอื่นๆที่เป็นสารเคมีในนั้น

อย่าเพิ่ง ตกใจกลัวนะคะ ที่เพิ่งจะรู้ว่าครีมๆทั้งหลายที่คุณใช้อยู่ มีส่วนผสมของสารเคมีทั้งนั้น ถึงแม้จะเป็นสารเคมีแต่ก็เป็นสารเคมีที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ในเครื่องสำอางได้

 

4. สินค้าที่นี่เป็นเวชสำอางหรือไม่ เคยได้ยินมาว่าใช้เวชสำอางแล้วหน้าจะพัง?

สำหรับผู้ที่กลัวที่จะใช้เวชสำอาง โปรดอ่าน...ค่ะ

คำว่า “เวชสำอาง” คนไทยแปลและเรียกกันเองในภาคธุรกิจ โดยแปลมาจากคำว่า  “cosmeceutical products”  ที่ต่างประเทศใช้
คำว่า “เวชสำอาง” ไม่มีในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานของไทย
คำว่า “เวชสำอางไม่มีใน พรบ.เครื่องสำอาง พ.ศ.2535 ของไทย

ความแตกต่างระหว่างเครื่องสำอางและเวชสำอาง ?

 “เครื่องสำอาง" หมายถึง สิ่งปรุง รวมทั้งเครื่องหอม และสารหอมต่างๆ ที่ใช้บนผิวหนัง หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายมนุษย์ ที่มุ่งหมายสำหรับทำความสะอาด ป้องกัน แต่งเสริม เพื่อความงาม หรือเปลี่ยนแปลงรูปลักษณะ โดย ถู ทา พ่น หรือโรย เป็นต้น โดยที่ไม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของร่างกาย แต่......เวชสำอาง เป็น เครื่องสำอาง ที่ใช้แล้วสามารถให้ผลต่อการเปลี่ยนแปลงของร่างกายได้  ซึ่งสารออกฤทธิ์ที่ถือเป็นเวชสำอางได้แก่ Vitamin ต่างๆ , Antioxidants, Hydroxy acids, Growth Factors, Hormones, Peptides, Glycosaminoglycans และสารสกัดจากพืชบางชนิด

เมื่อผลิตภัณฑ์ทั้งสองกลุ่มไม่ได้เหมือนกันซะทีเดียว แต่ทางกฎหมายไม่มีประเภทผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่เรียกว่า “เวชสำอาง” ดังนั้นในการโฆษณาสินค้าเหล่านี้ ในทางกฎหมายจึงถือเป็นเครื่องสำอาง และต้องโฆษณาให้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลการโฆษณาเครื่องสำอางตามบทบัญญัติของพระราชบัญญติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2535 และพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 กล่าวคือ ต้องไม่โฆษณาคุณสมบัติมากไปกว่าการเป็นเครื่องสำอาง ดังนั้นอย่างคำว่าใช้แล้ว ขาว ก็ใช้ไม่ได้ เป็นการโอ้อวดเกินจริง ต้องเลี่ยงไปใช้คำว่า “ทำให้ผิวแลดูกระจ่างใส” แทน เป็นต้น 

จะว่าไปแล้ว สำหรับในเมืองไทยเรา มีผลิตภัณฑ์ที่ดูคล้ายเป็นเครื่องสำอาง หรือเวชสำอาง แต่จริงๆแล้วจัดเป็น ยา  อยู่บ้างเหมือนกัน และบางร้านก็เอามาประกาศขายหน้าเวบ โดยที่ไม่รู้ตัวว่าตัวเองกำลังขาย ยา  เช่น CM-lotion (โลชั่น clindamycin แต้มสิว)  ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ต้องมีเลขทะเบียน อย.  กำกับ แต่ว่าเลขทะเบียนบนเผลิตภัณฑ์ประเภทนี้ จะไม่มีคำว่า อย. นำหน้าตัวเลขและไม่มีกรอบ แต่จะแสดงเฉพาะตัวเลขเท่านั้นค่ะ

สินค้าของ pharmabeautycare บางตัวเป็นเวชสำอาง สามารถใช้ร่วมกับเครื่องสำอางที่วางขายทั่วไปตามเชลฟ์หรือ ในเคาน์เตอร์ห้าง ยาหมอ ครีมจากคลินิกหมอ ได้ไม่มีปัญหา หรือแม้แต่เครื่องสำอางที่ขายบนเน็ตก็ใช้ได้เช่นกัน เพราะถ้าขายบนเน็ตได้ แสดงว่าเครื่องสำอางเหล่านั้นไม่ได้ผสมยา ถึงขายได้ เพราะถ้าผสมยาเมื่อไหร่ จะจัดเป็น ยา  ต้องจ่ายโดยแพทย์หรือขายในร้านขายยา (+/- ใบสั่งแพทย์) เท่านั้น 

อย่าเพิ่งกลัวแค่ได้ยินว่า เวชสำอาง และไม่ต้องหนีเวชสำอาง เพราะท่านไม่มีทางหนีพ้น บนตลาดเครื่องสำอางทุกวันนี้ มากกว่า 80% เป็นเวชสำอางหมดแล้ว ทั้งบนเนต คลินิกหมอ ในห้าง ในซูเปอร์มาเกต  ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ใครก็ใช้กัน ที่สำคัญ คือ ต้องใช้ให้เป็น หมายความว่า ควรใช้ในการรักษาหรือฟื้นฟูผิว เมื่อผิวกลับมาเป็นปกติหรือดีขึ้นแล้ว ควรพักผิวและกลับมาใช้สกินแคร์ปกติทั่วไปค่ะ  บางคนสั่ง 10 อย่าง ทาพร้อมกัน ต่อให้หน้าทนแค่ไหนก็รับไม่ไหว มากไป

ลูกค้าบางท่านอาจจะเคยซื้อสินค้าจากบางร้าน ที่เคลมว่าผลิตภัณฑ์ในร้านขายครีมสมุนไพร 100%  ไม่ใช่เวชสำอาง  ปลอดภัยแน่นอน  คงต้องทำความเข้าใจใหม่  อย่าเชื่อทุกอย่างที่มีคนมาบอก  ขอให้ศึกษาอ่านเองเพิ่มเติมบ้าง จะได้ไม่ถูกหลอกค่ะ  

ลองดูใหม่ว่า ในร้านครีมสมุนไพรที่ท่านเคยสั่งครีมมาใช้ มีสินค้าสักตัวมั้ย ที่มีส่วนผสมอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้  Vitamin ต่างๆ, Antioxidants , Hydroxy acids (เช่น AHA หรือ BHA) ซึ่งคิดว่าทุกร้านจะต้องผสมอย่างแน่นอน , Growth Factors, Hormones, Peptides , Glycosaminoglycans และสารสกัดจากพืชบางชนิด   ถ้ามีก็จัดเป็น เวชสำอาง แล้ว

ประเด็น ที่ว่าเวชสำอางไม่ สามารถใช่ร่วมกับเครื่องสำอางที่เป็นสารสกัดจากธรรมชาติได้ ไม่เป็นความจริง อย่างที่บอกไป 1. ครีมบรรจุเสร็จที่ผสมสารสกัดธรรมชาติล้วนๆ ไม่มีจริง และ 2. เวชสำอางก็คือเครื่องสำอางอย่างหนึ่ง ที่ให้ผลดีกว่า และไม่ใช่ยา อย่าเพิ่งกลัวเพียงแค่ได้ยินว่าเป็นเวชสำอาง แต่ให้ใช้ให้เป็น 3. สกัดธรรมชาติหลายชนิดมีฤทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงของร่างกายและนำมาทำเวชสำอางได้

 
5. สินค้าของที่นี่ใช้ร่วมกับครีมหมอ ได้มั้ยคะ ?

ตอบ ได้ค่ะ

สำหรับคนที่ใช้ยาหมอมาตลอด  อ่านทางนี้ คำว่า “ยาหมอ” มักถูกใช้เรียกครีมทุกอย่างที่ได้จากคลินิกหมอ ประหนึ่งว่าครีมหมอทุกอย่างมีส่วนผสมของ “ยา”  ซึ่งเป็นความเข้าใจผิด ครีมจากหมออาจไม่ได้ผสมยา  เป็นแค่เครื่องสำอางทั่วไปเหมือนที่ขายบนเน็ตหรือขายตามห้าง เคาน์เตอร์ทั่วไป เช่น ครีมทาฝ้า ยกเว้นหมอสั่งให้ผสมกรดวิตามินเอ ไฮโดรควิโนน สเตียรอยด์ ลงไปในสูตร ซึ่งไม่ค่อยทำกันแล้ว จะมีบ้างในบางเคสที่เป็นหนักจริงๆแต่ก็ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของหมออย่างใกล้ชิด

อีก 1 เรื่องที่ควรเข้าใจและมีการเข้าใจผิดกันเยอะมาก ว่า “ ครีมที่สกัดมาจากธรรมชาติ ใช้ร่วมกับยาหมอไม่ได้ “ ..... ไม่เป็นความจริงค่ะ

อย่างที่บอกไป ครีมจากหมอไม่ได้ผสมยาเสมอไป อย่างไรก็ตามด้วยเหตุผลด้านการตลาดของคลินิกผิวหนัง ที่เดิมทีมีวัตถุประสงค์หลักในการรักษาโรคผิวหนังเป็นหลัก (ใช้ครีมผสมยาในการรักษา)  เปลี่ยนมาเป็นการบำรุงดูแลผิวพรรณแทน ในคลินิกจึงมีทั้งครีมที่เป็นยา และไม่ใช่ยา (เครื่องสำอาง)   ในบางรายที่เป็นเคสหนัก หมอาจจะต้องใช้ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มยาให้กับคนไข้ เช่น สเตียรอยด์ / ซีลีเนียม ซัลไฟด์ครีม (โคลนพอกสิวก่อนล้างหน้า)/ กรดวิตามินเอ และไฮโดรควิโนน  นี่ต่างหาก “ ยาหมอ “ ที่แท้จริง  

จริงค่ะที่คนใช้ “ยาหมอ”   (หมายถึงครีมที่ผสมยาจริงๆ) มักจะใช้ร่วมกับสกินแคร์ข้างนอกไม่ได้ รวมถึงของเราด้วย  ด้วยเหตุผลหลายประการ เช่น โครงสร้างผิวถูกรบกวนด้วยตัวยามานาน จึงเกิดการตอบสนองต่อครีมข้างนอกไม่เหมือนคนอื่น หรือผิวบางมากจนใช้อะไรก็ระคายเคืองไปหมด ต้องใช้ของหมอเท่านั้น หรือที่เรียกว่า ติดยาหมอ

ทางร้านไม่รับบำบัดอาการติด ยาหมอ ทางออกของการเลิกยาหมอ ก็ควรคุยกับหมอจะดีที่สุด เพราะการหยุดยาเองจะทำให้เกิดปัญหาขึ้นมาได้ คุณหมอจะมีวิธีถอนยาทีละนิดให้เอง  ในระหว่างการถอนยา งดใช้เวชสำอางทุกชนิดเพื่อเป็นการพักผิว เน้นใช้พวกบำรุงเช่น มอยส์เจอร์ และทากันแดด พูดง่ายๆ คือ สูงสุดคืนสู่สามัญ 

 

6. เป็นคนผิวแพ้ง่าย อยากใช้เครื่องสำอางที่มาจากธรรมชาติ 100%  ใช้แล้วจะได้ไม่แพ้?

การแพ้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าส่วนผสมที่ใช้ในเครื่องสำอางมาจากธรรมชาติหรือจากการสังเคราะห์ การแพ้เป็นปฏิกิริยาตอบสนองทางภูมิคุ้มกันส่วนบุคคล  เราจะไม่มีทางทราบได้ว่าเราจะแพ้อะไร ไม่แพ้อะไร จนกว่าเราจะได้ลองใช้ ในการใช้ครั้งแรกจะไม่แสดงอาการแพ้ เพราะภูมิคุ้มกันอาจยังไม่ถูกกระตุ้น เมื่อมีการใช้ซ้ำจึงจะแสดงอาการให้เห็น  ซึ่งอาจจะเป็นครั้งที่ 2,3  และห่างจากการใช้ครั้งแรกเป็นวัน เดือน ปี  ก็ได้ค่ะ ไม่มีอะไรบอกได้ตายตัว บางคนใช้วันที่ 1-5 ไม่เป็นไร พอวันที่ 6 เริ่มแพ้ บางคนใช้วันนี้ไม่เป็นไร พรุ่งนี้จึงเริ่มแพ้  ระยะเวลาการเริ่มแสดงอาการแพ้ที่ต่างกันนี้เป็นเพราะระยะเวลาที่ภูมิคุ้มกันถูกกระตุ้นในแต่ละคนใช้เวลาต่างกัน

อาการแพ้ ที่สังเกตเห็นได้ชัดที่สุดคือ ผื่นแดง คัน บางคนอาจพัฒนาเป็นสิวและลุกลาม ควรแยกการแพ้และการระคายเคืองให้ออก แม้จะเป็นอะไรที่แยกยาก เพราะอาการใกล้เคียงกันมาก แต่ก็อยากให้พยายามแยกให้ได้ โดยหาเหตุผล เชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างเวลาที่ใช้กับอาการที่เกิดขึ้น จะได้ป้องกันตัวเองได้ถูกและไม่เป็นการปิดโอกาสตัวเองที่จะได้ใช้สกินแคร์ ตัวอื่น  เคยเจอหลายคน บอกว่าตัวเองแพ้วิตามินซี อะไรที่ผสมวิตามินซี ใช้ไม่ได้เลย ทั้งที่ความเป็นจริงแล้ว แพ้ส่วนผสมอื่นบางอย่างที่อยู่ในสูตร

วิธีการสังเกตว่าตัวเอง "แพ้หรือระคายเคือง"

  • อาการ ระคายเคืองง่าย (sensitive skin) - การ ระคายเคืองจะขึ้นกับความเข้มข้นของส่วนผสม ถ้าลดความเข้มข้น เจือจางลง อาการจะหายไปหรือทุเลาลง ส่วนมากจะเกิดกับคนที่มีประวัติขัด ลอกผิว ยิงเลเซอร์บ่อยๆ ไม่ค่อยทานน้ำ ไม่ชอบทามอยส์เจอร์ ไม่ทากันแดด อยู่กลางแดดนานแบบไม่ป้องกัน มีประวัติใช้สเตียรอยด์นาน ผิวจึงขาดน้ำ บางลงอ่อนแอ ระคายเคืองง่ายในที่สุด
  • อาการแพ้ง่าย (allergy prone skin) - การแพ้ไม่ขึ้นกับความเข้มข้นของส่วนผสมที่ทำให้แพ้ จะใช้ความเข้มข้นมากหรือน้อยก็แสดงอาการ ล้างออกหรือหยุดใช้ก็ยังไม่ทุเลา

หลายร้าน อ้างว่าสินค้ามาจากธรรมชาติ ไม่มีสารเคมีเจือปน ทำให้ลูกค้าสับสนและเข้าใจผิด และยังอ้างต่อว่า ใช้แล้วจะไม่แพ้ เพราะมาจากธรรมชาติ  อีกทั้งแสดงรายละเอียดส่วนผสมที่เป็นสารสกัดจากธรรมชาติเท่านั้น  บางร้านอาจจะกำหนดความโดดเด่นของสินค้าไว้อีกอย่าง แต่ส่วนผสมข้างในเป็นอีกอย่าง  เช่นเคลมว่าทำให้ผิวแข็งแรง เพราะมีส่วนผสมของสารสกัดธรรมชาติ แต่ข้างในมีส่วนผสมของสารผลัดเซลล์ความเข้มข้นสูง

นัก ท่องเว็บบิวตี้ยุคนี้ นอกจากจะต้องระวังความเสี่ยงจากร้านที่ขายครีมที่มีส่วนผสมที่ไม่ปลอดภัย แล้ว ยังต้องเพิ่มความระมัดระวังร้านที่มีส่วนผสมปลอดภัย แต่ให้ข้อมูลที่ปกปิด บางอย่างปลอดภัยก็จริงแต่ใช้ซ้ำซ้อนกันมากๆก็ไม่ปลอดภัย  เช่น AHA, vitamin c

 

7. สินค้าที่นี่เป็น " ยา " หรือเปล่าคะ?

สินค้าของร้านเราไม่ใช่ยาและไม่มีส่วนผสมของสารต้องห้ามตามประกาศกระทวงสาธารณสุข แต่เป็นเครื่องสำอางบำรุงผิว  ที่เน้นการให้ความชุ่มชื้นกับผิว ปรับการทำงานของผิวให้เป็นไปอย่างปกติ เพื่อสุขภาพผิวที่ดี  ผิวสวย ใส สมบูรณ์แข็งแรงจากภายใน ไม่ใช่การดูแลผิวแบบเร่งด่วน หลักสูตรเร่งรัด อาจจะมีบางตัวที่ใช้สำหรับฟื้นฟูผิวคล้ำเสีย ผิวขาดการบำรุงมานาน ก็จะให้ใช้เพื่อกระตุ้นผิวหลังจากนั้นก็จะแนะนำให้เน้นการบำรุงผิวตามปกติ เสริมด้วยการฟื้นฟูหรือกระตุ้นผิวสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ผิวจะได้สดชื่นและพร้อมรับการบำรุงอย่างสม่ำเสมอ
 

8. สินค้าผ่านการจดแจ้งสูตรจาก อย.หรือไม่?

ผลิตภัณฑ์ฟาร์ริส ผ่านการจดแจ้งสูตรจาก อย. ทุกรายการ สามารถดูเลขที่ใบรับแจ้งที่หน้าสินค้าแต่ละตัวได้เลยค่ะ 
เราอยากให้ท่านรู้ :  เลขที่ใบรับแจ้ง คืออะไร / คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเลขที่ใบรับแจ้ง/ อย่าเพิ่งเชื่อเพียงแค่เห็นว่าสินค้ามีเลขที่ใบรับแจ้ง  รู้ให้ลึกให้จริงกว่านั้น
1. เลขที่ใบรับแจ้งคืออะไร ?
2. คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเลขที่ใบรับแจ้ง
3. วิธีเช็คเลขที่ใบรับแจ้ง ว่าจริงหรือสวมของคนอื่น