ดูแลผิวตามรอบฮอร์โมน เพราะสภาพผิวเปลี่ยนตามระดับฮอร์โมน แค่เราเข้าใจการเปลี่ยนแปลงของผิว ก็ทำให้ผิวสวยได้ ไม่ต้องจ่ายแพง

Last updated: Oct 10, 2017  |  19425 จำนวนผู้เข้าชม  |  นานาสาระ สำหรับผิวสวย

ดูแลผิวตามรอบฮอร์โมน เพราะสภาพผิวเปลี่ยนตามระดับฮอร์โมน แค่เราเข้าใจการเปลี่ยนแปลงของผิว ก็ทำให้ผิวสวยได้ ไม่ต้องจ่ายแพง


สงสัยกันบ้างหรือไม่? ทำไมบางช่วงผิวใส ผ่านไปไม่กี่วันก็คล้ำ สิวบุก สิวยุบ ครีมเดิมๆที่เคยใช้ดี ก็กลับไม่ได้ผล หรือว่า หน้าเราจะชินครีมนี้ไปซะแล้ว ถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนครีมใหม่ ใช้ได้สักพักก็กลับมาวงจรเดิม วนอย่างนี้อยู่ร่ำไป โต๊ะเครื่องแป้งเต็มไปด้วยครีม ลามไปตามห้องน้ำ หัวเตียง ตู้เย็น ฯลฯ นานเข้าผิวหน้าอ่อนแอ แพ้ง่ายซะงั้น เพราะใช้มั่วไปหมด ถ้าคุณมีปัญหาเช่นนี้ ลองอ่านบทความนี้ดูค่ะ อาจจะช่วยแก้ไขปัญหาของคุณได้

เนื่องจากสภาพผิวได้รับอิทธิพลจากออร์โมนที่ร่างกายผลิตขึ้น  หน้าจะใส  จะคล้ำ สิวบุก สิวยุบ เหล่านี้ล้วนได้รับอิทธิพลจากฮอร์โมน ถ้าเราเข้าใจการเปลี่ยนแปลงของสภาพผิว  เราก็จะสามารถดูแลผิวในขณะนั้นๆได้เหมาะสม มาดูกันค่ะว่า แต่ละช่วงของรอบเดือน ควรดูแลผิวอย่างไร เพื่อเก็บผิวสวย ใส ใว้ให้นานที่สุด และประหยัดเงินในกระเป๋าอีกด้วย



ภาพนี้สำหรับคนที่มีรอบเดือนทุก 28 วันนะคะ ถ้าท่านใดมีรอบเดือนที่เร็วหรือช้ากว่านี้ ให้คำนวณแต่ละช่วงใหม่
แม้รอบเดือนแต่ละคนจะช้าเร็วต่างกัน แต่ทุกๆคนจะมีช่วงของแถบสีม่วงเท่ากันคือที่ 14 วัน  ช่วงที่ไม่เหมือนคนอื่นก็จะเป็นช่วงแถบสีเหลืองและสีฟ้า  ตัวอย่างเช่น


1. ถ้ารอบเดือนมาทุก 40 วัน แถบช่วงสีเหลือง จะมีค่าเท่ากับ 40 - ช่วงสีฟ้าสมมติว่าเท่ากับ 5 - ช่วงสีม่วง 14 = 21 วัน
2. รอบเดือนมาทุก 28 วัน  แถบช่วงสีเหลือง จะมีค่าเท่ากับ  28 - ช่วงสีฟ้าสมมติว่าเท่ากับ 5 - ช่วงสีม่วง 14 =  9 วัน

มาดูกันค่ะว่า แต่ละช่วงควรดูแลผิวอย่างไร

แถบสีส้ม (วันที่ 5-14) ช่วงหลังหมดประจำเดือนและเตรียมการตกไข่ครั้งต่อไป กินเวลาประมาณ 9-21 วัน  เป็นช่วงที่มีฮอร์โมนเอสโตรเจนสูง ทำให้ผิวซึมซาบสารบำรุงต่างๆ ได้ง่าย จึงเหมาะสำหรับการทดลองใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวยี่ห้อใหม่ๆ โดยเฉพาะชนิดที่มีความเข้มข้นสูง เช่น serum หรือ essence

การดูแลผิวในช่วงนี้

  • กำจัดเซลล์ผิวเก่า ที่หมองคล้ำจากช่วงมีรอบเดือน ด้วย Facial milky scrub ในหมวด ผลัดเซลล์ผิว
  • ช่วงที่เอสโตรเจนพุ่งขึ้นสูงสุด ผิวจะตอบสนองดีที่สุดต่อสารอาหารต่างๆ จึงควรเน้นเติมอาหารผิวจำพวกสารต้านอนุมูลอิสระที่จะช่วยเสริมให้ผิวยืดหยุ่นและแข็งแรง   เช่น Nanosome ACE serum, Stay C plus Idebenone serum  , Cell liftig serum ทั้งหมดนี้อยู่ในหมวด ริ้วรอย ผิวหย่อนคล้อย

แถบสีม่วง (วันที่ 15-28) เป็นช่วงหลังตกไข่ไปถึงก่อนมีรอบเดือนใหม่ กินเวลา 14 วัน ในช่วงนี้ร่างกายผลิตฮอร์โมน progesterone สูง

  • ผิวช่วงนี้จะไวต่อการถูกกระตุ้นให้สร้างเม็ดสีเมลานินออกมามาก ควรเน้นใช้ผลิตภัณฑ์กลุ่ม whitening  ในหมวด ฝ้า กระ จุดด่างดำ เพื่อยับยั้งและลดเลือนจุดด่างดำ
  • อิทธิพลจากฮอร์โมนแอนโดรเจนที่มีปริมาณสูงขึ้นจะกระตุ้นให้ต่อมไขมันใต้ผิวขยายใหญ่ขึ้น ทำให้มีการหลั่งน้ำมันหล่อเลี้ยงผิวมากและเซลล์ผิวหนังในรูขุมขนก็จะผลิตและตายเร็วขึ้นด้วย จึงมักจะพบสิวเสี้ยน สิวอุดตันบุกในช่วงนี้  จึงควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ช่วยควบคุมความมัน คือ Hya-mattye serum ทาบำรุงทั่วหน้า เพื่อช่วยป้องกันการเกิดคอมีโดน และถ้ามีสิวอักเสบขึ้น ให้แต้มด้วยเจลสิวมังคุด Herbal acne gel

แถบสีฟ้า  (Day 1-5) ช่วงประจำเดือนมา เป็นช่วงที่มีฮอร์โมน Estrogen และ progesterone ต่ำทั้งคู่ ส่งผลให้ผิวอ่อนแอง่าย  จึงไม่ควรทดลองผลิตภัณฑ์ใหม่โดยเฉพาะที่มีความเข้มข้นสูง เช่น serum, essence และควรใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ใช้อยู่เดิมสม่ำเสมอโดยเน้นการดูแลผิวขั้นพื้นฐาน ได้แก่
การทำความสะอาดผิว  ปรับสภาพผิว  ปิดผิว  และกันแดดตามลำดับ

  • ทำความสะอาดผิว  : Sensitive skin cleanser
  • ปรับสภาพผิว  :  Pomegranate toner 
  • ปิดผิว  : Phyto nutrient serum , Complete cream
  • กันแดด : Perfect uv sunscreen, silky touch sunscreen SPF50


คำถามที่พบบ่อย
Q : เป็นสิวทุกครั้งก่อนมีรอบเดือน ใช่ยาแต้มสิวก็ยุบบ้าง สักพักก็ขึ้นมาใหม่  อยากให้หายขาด แก้ไขอย่างไรดี?
A :  ผลิตภัณฑ์รักษาสิวทุกยี่ห้อเป็นการแก้ที่ปลายเหตุ ใช้เพื่อการรักษาสิวที่ขึ้นแล้วให้ยุบลง มีผลในการป้องกันสิวใหม่ได้เล็กน้อย ผลที่ได้โดยรวมไม่ต่างกัน จึงไม่จำเป็นเลยที่จะต้องค้นหาผลิตภัณฑ์แต้มสิวที่ทำให้สิวหายขาด  จำไว้ว่า   " ผลิตภัณฑ์รักษาสิว ไม่ช่วยให้สิวหายขาด "   สิวที่ขึ้นมาใหม่ บ่งบอกให้เรารู้ว่า ต้นเหตุที่แท้จริง ไม่ได้รับการแก้ไข

สิวที่ขึ้นทุกครั้งก่อนมีรอบเดือน ชัดเจนว่าเป็นสิวที่สัมพันธ์กับระดับฮอร์โมน ต้องปรับที่ฮอร์โมน แต่เดิมเราเชื่อว่าวัยรุ่นเท่านั้นที่จะเป็นสิวฮอร์โมน แต่ตอนนี้ไม่ใช่ อายุ 30 ขึ้นก็ยังเป็นสิวไม่หยุด รอบเดือนจะมาปุ๊บ ได้สิวอักเสบมาเกาะบนหน้าทันที ไม่มีวี่แววการอุดตันมาก่อน ประมาณว่าตื่นเช้ามา ก็มีไตแข็งๆกดแล้วเจ็บอย่าบอกใคร มาเยือนโดยไม่ทันตั้งตัว ต่างจากสิวสาเหตุอื่น ที่มักจะจะเริ่มด้วยการอุดตันเล็กๆก่อน พอเราไปกด ไปบีบ แล้วจึงลามอักเสบ

รูปแบบการใช้ชีวิต หรือ lifestyle มีส่วนอย่างมากในการทำให้ฮอร์โมนผิดปกติ เช่น การทานอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง ทานน้ำตาลมาก นอนดึก ไม่ออกกำลังกาย เราจึงควรปรับรูปแบบการใช้ชีวิตใหม่ จริงอยู่ เราคงไม่สามารถทำได้ทุกข้อ แต่ขอให้ตั้งใจทำให้ได้สักข้ออย่างสม่ำเสมอ เมื่อเราเริ่มเห็นผลจากความตั้งใจนั้น เราก็จะมีกำลังใจที่จะทำข้ออื่นตามมา

แนวทางการปรับฮอร์โมน  แค่ 4 ข้อค่ะ ไม่ได้ยาก ยังอยู่ในทางสายกลาง ที่ทุกคนทำได้ ไม่ทุกข์ทรมานจากการปฏิบัติ

1. นอนไม่เกิน 5 ทุ่ม นอนให้ได้ประมาณวันละ 8 ชั่วโมง : โดยเฉพาะช่วงตี 1-ตี 4 เป็นช่วงที่ร่างกายต้องการพักผ่อนมากที่สุด 
2. ดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย : ดื่มทีละน้อย แต่ให้บ่อย การดื่มมากๆทีเดียว ร่างกายจะเอาไปใช้ไม่ทัน ก็ขับออกทางปัสสาวะ
3. ออกกำลังกาย สัปดาห์ละ 3 ครั้ง ครั้งละ 30 นาที : แนะนำการออกกำลังกายด้วยการเล่นโยคะ ท่าง่ายๆ ทำที่บ้าน ก็ทำให้สิวลดลงได้
4. ควบคุมอาหารมัน ขนมขบเคี้ยว แป้ง ของหวาน :  เน้นทานผักที่มี fiber เพื่อช่วยการขับถ่ายและยังมีสารต้านอนุมูลอิสระขจัดสารพิษในร่างกาย

ลองปรับดูนะคะ ได้ผลจริงๆ อาจจะดูเป็นคำแนะนำที่ดูธรรมดา ใครก็พูดแบบนี้ อ่านเจอบ่อยไปตามนิตยสาร อินเทอร์เนต เหมือนก๊อบกันมาเลย ใช่ค่ะ เราอ่านเจอบ่อย แต่จะมีกี่คนที่เชื่อว่ามันได้ผลจริงและลองทำตาม