ประเภทสิว สิวมีกี่ประเภท สิวอุดตัน สิวอักเสบ สิวผด บทความโดยเภสัชกร

Last updated: 21 ก.ย. 2569  |  516707 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ประเภทสิว สิวมีกี่ประเภท สิวอุดตัน สิวอักเสบ สิวผด  บทความโดยเภสัชกร

ก่อนเข้าเรื่อง ขอทำความเข้าใจกับผู้อ่านทุกท่านก่อนนะคะ

คำว่า " สิว " ในบทความนี้ทั้งหมด ใช้อธิบาย  " สิวปกติ  (Acne vulgaris) " เท่านั้น 

สิวปกติคืออะไร?  สิวปกติ คือ สิวที่เกิดจากการอุดตันของคอมีโดนในรูขุมขน 

ส่วนสิวไม่ปกติ  ได้แก่ สิวแพ้ยา, ผื่นคล้ายสิว, สิวเทียม, สิวผดจากยีสต์, สิวสเตอรอยด์  ฯลฯ  

สำหรับผู้ที่สงสัยว่าตัวเองกำลังเป็นสิวสเตอรอยด์อ่านทางนี้ >>  สิวสเตอรอยด์


สิว (Acne vulgaris) เกิดจากอะไร

  • สิวเกิดจากการอุดตันของ คอมีโดน (comedones) ในรูขุมขน
  • คอมีโดนคือสารเหนียวที่เกิดจากการรวมตัวของ  น้ำมัน + ขนอ่อน + เซลล์ผิวที่ลอกตัว
  • ระยะเวลาการก่อตัวของคอมีโดนเฉลี่ยอยู่ที่ 2 สัปดาห์  ซึ่งถ้าปล่อยทิ้งไว้  จะค่อยๆโตขึ้น ทำให้ท่อไขมันและรูขุมขนโป่งพองดันผิวหนังนูนขึ้น จนสามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าเมื่อส่องกระจก ระยะนี้เองที่เราเรียกมันว่า " สิว "
  • สิวเกิดได้ในทุกเพศทุกวัย แต่อาจจะพบมากในวัยรุ่น เนื่องจากมีปริมาณฮอร์โมนที่ไปกระตุ้นการสร้างน้ำมันจำนวนมาก
  • บริเวณที่มีต่อมไขมันมาก ได้แก่ ใบหน้า หนังศีรษะ หน้าอก และแผ่นหลัง เป็นบริเวณที่เป็นสิวได้ง่าย


รูปที่ 1 แสดงโครงสร้างรูขุมขน 

องค์ประกอบในรูขุมขน ที่เกี่ยวข้องกับการเกิดสิว

1. ขนอ่อน ในแต่ละรูขุมขนอาจมีขนอ่อนได้มากกว่า 1 เส้น
2. ต่อมไขมัน ทำหน้าที่ผลิตน้ำมันและลำเลียงผ่านรูขุมขนขึ้นไปฉาบผิวด้านบน
3. เซลล์บุผนังรูขุมขนที่มีการหลุดลอกออกตามธรรมชาติทุก 28 วัน
4. แบคทีเรียหลายชนิด แต่ตัวที่มีบทบาทสำคัญในการก่อให้เกิดสิว คือ Propionibacterium acnes หรือที่เราเรียกกันติดปากว่า พี แอคเน่ (P.acne)


สาเหตุของสิว
สิวมีสาเหตุหลักจากการอุดตันของคอมีโดน อะไรก็ตามที่ไปกระตุ้นให้เกิดคอมีโดนทั้งทางตรงและทางอ้อม นั่นคือสาเหตุที่ทำให้เกิดสิว 

 
รูปที่ 2  แสดงปัจจัยที่ทำให้เกิดคอมีโดน 

แบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ

  1. เซลล์ผิวที่หลุดลอก 
    • เซลล์ผิวตายแล้วลอกตัวตามธรรมชาติแต่ตกค้างในรูขุมขน
    • เซลล์ผิวที่ลอกตัวแบบผิดปกติจำนวนมาก โดยมีสาเหตุมาจาก  โรคผิวหนังบางชนิด /การระคายเคืองซ้ำๆ /เครื่องสำอางที่ไม่เหมาะกับผิว /การดูแลผิวผิดวิธี
  2. น้ำมันที่ผลิตโดยต่อมไขมัน  ปัจจัยที่ไปกระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันมากขึ้น เช่น
    • อาหารบางชนิด 
    • ฮอร์โมนแอนโดรเจน
    • ความเครียด  การอดนอน
    • อากาศร้อน
    • พฤติกรรมที่ทำให้ผิวเกิดการระคายเคือง เช่น การบำรุงผิวผิดวิธี การผลัดเซลล์ผิวมากเกินไป การสัมผัสแกะเกา เสียดสีผิว ทำให้ผิวขับน้ำมันมาป้องกันการระคายเคือง
  3. ขนอ่อน
    • ในแต่ละรูขุมขนจะขนอ่อน 1 เส้นหรือมากกว่านั้นถึง 80 เส้น ปกติขนอ่อนเหล่านี้จะหลุดออกเองตามธรรมชาติ แต่ถ้าขนอ่อนนี้ มีมากเกินไป ไม่หลุดออกเองแล้วไปรวมตัวกับน้ำมัน ก็จะกลายเป็นคอมีโดน


การระคายเคืองซ้ำๆ ทำให้เป็นสิวเรื้อรังได้อย่างไร

  • การล้างหน้าย้อนรูขุมขนหรือไร้ทิศทาง ถูหน้าแรงๆ จับหน้าบ่อยๆ  ใช้สารที่มีคุณสมบัติระคายเคืองต่อผิวหน้าเป็นเวลานาน โดยเฉพาะครีมหน้าใสที่ใช้ส่วนผสมไม่เป็นมิตรกับผิว ดูเผินๆหน้าใสจริงแต่ลูบแล้วสาก ระคายเคืองผิว ไม่เรียบเนียน มีสิวอุดตันเพียบ พฤติกรรมเหล่านี้ รบกวนโครงสร้างและการระบายน้ำมันของรูขุมขน เซลล์ผิวเกิดการตอบสนองโดยพยายามแบ่งตัวมากขึ้น ลอกตัว หนาตัวขึ้นตามลำดับ และกลายเป็นคอมีโดนไปอุดตันรูขุมขน กลายเป็นสิวเรื้อรัง
  • การบีบสิว ทำให้โพรงรูขุมขนเสียรูปร่าง บาดเจ็บ ร่างกายจะมีกระบวนการซ่อมแซมแผลโดยสร้างเซลล์ผิวใหม่มาทดแทนแต่ยังไม่ทัน เรียงตัวเข้าที่ เราก็ไปบีบมันอีกแล้ว ..ทำให้ผิวบริเวณนั้นอุดตันง่ายและเป็นสิวไม่รู้จบ


ประเภทของสิว
การแยก ประเภทของสิว และการ เรียกสิว อย่างถูกต้อง มีส่วนสำคัญในการเลือกผลิตภัณฑ์เพื่อรักษา บางคนเป็น สิวอักเสบ แต่เรียกว่า สิวอุดตัน ถามว่าผิดไหม ก็ไม่ผิด เพราะสิวอักเสบก็คือสิวอุดตันที่ติดเชื้อจนกลายเป็นสิวอักเสบ แต่ควรเรียกว่าสิวอักเสบจะดีกว่า เพราะการเรียกผิดก็อาจทำให้เลือกผลิตภัณฑ์รักษาที่ผิดได้


รูปที่ 3  แสดงสิวแบบต่างๆ

 
1. สิวไม่อักเสบ (non-inflammatory acne) (หมายเลข 1,2) บางคนเรียก สิวอุดตัน  สิวไม่มีหัว สิวคอมีโดน สิวผด สิวเสี้ยน และอีกหลายๆอย่าง จะเห็นว่าแต่ละคนเรียกชื่อสิวไม่เหมือนกัน ซึ่งทำให้ยากต่อการเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม    

2. สิวอักเสบ (inflammatory acne)  (หมายเลข 3,4,5) สิวประเภทนี้มีลักษณะเฉพาะคือ เมื่อกดหรือสัมผัสจะรู้สึกเจ็บ ไม่ต้องสนใจว่าเจ็บมากหรือเจ็บน้อย แค่เจ็บก็คือ มีการอักเสบแล้ว และในบางกรณีก็สังเกตง่ายขึ้น เพราะสิวเหล่านี้มักจะมีอาการบวม แดง

เรามาเริ่มลงรายละเอียดแต่ละประเภทนะคะ

1. สิวอุดตันหัวเปิด หรือสิวหัวดำ (หมายเลข 1)

  • มองเห็นเป็นจุดสีดำ จุดสีดำเกิดจากน้ำมันที่อัดแน่นอยู่กับเซลล์ผิวเก่า ทำปฏิกิริยา oxidation กับออกซิเจนในอากาศ
  • การรักษา : กดออก 
  • การป้องกัน :  ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีฤทธิ์ในการลดการอุดตันของคอมีโดน  ได้แก่  มายด์รีนิววอล


2. สิวอุดตันหัวปิด หรือสิวหัวขาว  (หมายเลข 2)

  • รูขุมขนอุดตัน คอมีโดนไม่มีทางออก จึงดันผิวนูนขึ้น  
  • การป้องกันและการรักษา : ใช้  มายด์รีนิววอล  แต้มก่อนนอนติดต่อกันทุกคืน จนหัวสิวเปิดค่อยกดออก 
  • คำแนะนำ : ห้ามกด บีบสิว ถ้าหัวสิวยังไม่เปิด เพราจะทำให้สิวติดเชื้อและไขมันแตกรั่วออกนอกผนังรูขุมขน เข้าสู่ชั้นหนังแท้ กลายเป็นสิวอักเสบ เสี่ยงต่อการเกิดหลุมสิว

3. สิวอักเสบ  (หมายเลข 3,4,5)

  • สิวอักเสบ คือสิวที่พัฒนาต่อมาจากสิวอุดตัน การอักเสบจะเกิดขึ้นเมื่อ  1. เกิดการติดเชื้อ p.acne หรือ 2. ผนังรูขุมขนแตกรั่วจากการบีบสิว หรือ 3. ผนังรูขุมขนแตกรั่วด้วยตัวเองจากคอมีโดนที่มีขนาดใหญ่เกินกว่ารูขุมขนจะทนแรงดันได้
  • ร่างกายจะพยายามกำจัดเชื้อและซากคอมีโดนที่รั่ว โดยการส่งเซลล์ภูมิคุ้มกัน เช่น เม็ดเลือดขาว มาต่อสู้  เข้าสู่กระบวนการอักเสบ จึงเรียกว่า สิวอักเสบ 
  • ลักษณะเฉพาะของสิวอักเสบคือ จะอาการบวม แดง และเมื่อกดหรือแตะจะรู้สึกเจ็บ  อาการ แตะแล้วเจ็บ เป็นลักษณะเฉพาะที่เราใช้บ่งบอกว่า สิวมีการอักเสบแล้ว
  • หมายเลข 3 : สิวอักเสบชนิด Paplue  นูนแดงขึ้นมาเล็กน้อย
  • หมายเลข 4 : สิวอักเสบชนิด pustule  มีหัวหนองให้เห็นชัดเจน
  • หมายเลข 5 : สิวอักเสบชนิด nodule/cyst   หรือ สิวหัวช้าง สิวซีสต์ รุนแรงที่สุด คอลลาเจนถูกทำลาย อาจกลายเป็นหลุมสิว ควรรีบพบแพทย์เพื่อรักษา  
  • การรักษาสิวอักเสบ  หลักสำคัญ คือ
    • การเอาหนองที่อุดตันออกให้หมด หากหนองที่คั่งอยู่ภายในไมได้ถูกกำจัดออก กระบวนการอักเสบจะยังเกิดต่อไปเรื่อยๆ
    • การทานยาหรือทายาหรือสกินแคร์ที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อร่วมด้วยเพื่อลดจำนวนเชื้อ
    • ผลิตภัณฑ์แนะนำ  เจลแต้มสิวมังคุด  สามารถทาทั่วหัวสิวได้บ่อยตามต้องการ และก่อนนอนให้ทาหนาเป็นพิเศษ เพื่อให้เนื้อเจลเกาะติดบนหัวสิวได้ตลอดทั้งคืน

 


5 ความเชื่อและ 5 ความจริงเรื่องสิว (เครดิต นพ.สมนึก อมรสิริพาณิชย์)

1. การดูแลสุขอนามัยที่ดีจะทำให้ลดการเกิดสิว
91.3% ของกลุ่มตัวอย่างเชื่อว่าการดูแลสุขอนามัยที่ดี เช่น การใช้สบู่ การดูแลความมันบนใบหน้าจะทำให้ลดการเกิดสิว
FACT ยังไม่มีข้อสรุปที่บอกว่าการดูแลผิวพรรณให้สะอาดอยู่ตลอดเวลาจะช่วยลดการเกิดสิวซ้ำร้ายหากการดูแลความสะอาดนั้นอาจทำให้เกิดสิวเพิ่มมากขึ้นด้วยหากดูแลผิดวิธียกตัวอย่างเช่น การใช้สบู่ที่มีฤทธิ์ในการชำระล้างที่สูงเกินไป การใช้มือถูนวดใบหน้ามากเกินไป

2. การล้างหน้าช่วยทำให้ลดการเกิดสิว
59.2% ของกลุ่มตัวอย่างเชื่อว่าการล้างหน้าบ่อยๆช่วยลดการเกิดสิว
FACT การล้างหน้าที่มากเกินไปร่วมกับการขัดถูจะทำให้สิวแย่ลง โดยการกระทำเช่นนี้อาจทำให้เกิดสิวอักเสบหรือรอยดำจากสิวขึ้นมาได้ เคยมีการทดลองเปรียบเทียบการรักษาสิวโดยแบ่งเป็นกลุ่มAพยายามรักษาสิวโดยทำให้ผิวแห้งที่สุด กลุ่มB รักษาตามปกติ กลุ่มC รักษาโดยพยายามหลีกเลี่ยงน้ำ ผลที่ได้คือ กลุ่ม Bและ C ให้ผลที่ดีกว่าการรักษาที่ทำให้ใบหน้าแห้ง

3. การแตะจับใบหน้าบ่อยๆมีผลทำให้สิวแย่ลงหรือไม่
88.3%ของกลุ่มตัวอย่างเชื่อว่าการแตะจับใบหน้าบ่อยๆมีผลทำให้สิวลง
FACT การแตะจับผิวหน้าบ่อยๆ เกิดการระคายเคืองของผิวหนังทำให้เกิดสิว เป็นความเชื่อที่ถูกต้องแต่หมอจะเพิ่มเติมคือการนวดหน้า ทำทรีตเมนท์ต่างๆทำให้เกิดสิวได้เช่นกัน

4. การแกะสิวหรือกดสิว
85.4%เชื่อว่าทำให้สิวแย่ลง
FACT ถูกต้องการแกะสิวและการกดสิวทำให้เกิดสิวและซ้ำร้ายยังทำให้มีรอยแผลเป็นจากสิวอีกด้วยฉะนั้นหลักการที่จะทำให้หัวสิวหลุดออกไปโดยเร็วที่สุดนั้นไม่ถูกต้อง หมอขอเสริมว่าการใช้น้ำกรดแต้มก็ไม่ได้ช่วยการรักษาสิว

5. การรับประทานอาหาร
69.9%เชื่อว่าอาหารบางอย่างทำให้เกิดสิว
FACT ก่อนหน้านี้แพทย์บางส่วนไม่เชื่อว่าการทานอาหารมีผลต่อการเกิดสิว แต่ในปัจจุบันมีการรายงานอาหารที่เกิดสิวมากขึ้นส่วนมากเป็นอาหารของชาวตะวันตกที่มีส่วนผสมของนมและผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนมเช่น เนย sherbet ครีมต่างๆ ปัจจุบันวัยรุ่นไทยก็นิยมอาหารFast food เค้ก ขนมปังมากขึ้นจึงทำให้อัตราเกิดสิวมากขึ้น

ข้อคิดเตือนใจสำหรับคนเป็นสิว
1. สิวไม่ใช่กรรมที่ติดตัวมาแต่เกิดแล้วจะแก้ไขไม่ได้  การที่เรารักษายังไงก็ไม่หายขาด อาจเป็นเพราะยังไม่เจอวิธีที่ถูกต้องและใช่สำหรับเรา
2.สิวบางประเภท โดยเฉพาะสิวเสี้ยน สิวผดเม็ดเล็กๆ ที่เป็นๆหายๆ ถ้าไม่จ้องก็แทบมองไม่เห็น ควรปล่อยวางมันบ้าง บางคนทั้งเค้น ทั้งกด เช้าเย็น ว่างเป็นส่องกระจก จนหน้าแดงช้ำไปหมด อีกไม่นานมันก็ขึ้นมาใหม่แถมเยอะกว่าเดิมแล้วก็ยังอักเสบง่ายกว่าเดิมด้วย พฤติกรรมเหล่านี้ เป็นสาเหตุของการเกิดสิวเรื้อรัง 
3.การใช้ผลิตภัณฑ์รักษาสิวทั้งหลาย เป็นการแก้ไขที่ปลายเหตุ ไม่ใช่วิธีที่จะทำให้สิวหายถาวร มีหมอผิวหนังท่านหนึ่งพูดว่าไม่มีผลิตภัณฑ์ใด หมอคนใด หรือยาใดในโลก ที่จะทำให้สิวหายถาวร ถ้ามีจริง ป่านนี้หมอผิวหนังคงตกงาน
4. การออกกำลังกาย การพักผ่อนให้เพียงพอ ทานอาหารที่มีประโยชน์ ทำให้สิวลดลงและหายได้

" ผลิตภัณฑ์รักษาสิว ไม่ช่วยให้สิวหายขาด หากยังไม่แก้ที่สาเหตุ "

นอกจากการใช้ผลิตภัณฑ์รักษาสิวแล้ว แนะนำให้ปรับไลฟ์สไตล์ร่วมด้วย ดังนี้

1. นอนไม่เกิน 5 ทุ่ม นอนให้ได้ประมาณวันละ 8 ชั่วโมง
2. ดื่มน้ำมากๆ จิบทีละน้อย แต่ให้บ่อยในระหว่างวัน
3. ออกกำลังกาย สัปดาห์ละ 3 ครั้ง ครั้งละอย่างต่ำ 30 นาที หากไม่มีเวลาไปออกกำลังกาย แนะนำให้ฝึกเล่นโยคะท่าง่ายๆ ที่บ้าน ประหยัดเวลาและช่วยปรับฮอร์โมนได้ดีค่ะ
4. ควบคุมอาหารมัน ขนมขบเคียว แป้ง ของหวาน รับประทานได้ แต่ไม่มากเกินไป
5. งดลูบคลำและส่องกระจกบ่อยๆ เพื่อลดความกังวล ซึงจะกระตุ้นให้เราอยากบีบ แกะ  เหล่านี้ทำให้สิวแย่ลงและขึ้นที่เดิมซ้ำๆ


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้